วันอังคารที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ชาวเน็ตแห่วิจารณ์ เห็นด้วย สมาพันธ์ชาวพุทธฯจี้ปลด "พงศ์พร" พ้นตำแหน่ง




ได้ติดตามอ่านข่าวจากไทยรัฐว่า สมาพันธ์ชาวพุทธฯ จี้ ปลด “พงศ์พร” พ้นตำแหน่ง ผอ.พศ.

เมื่อวันที่ 7 ส.ค.60 นายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่เกิดกระแสความไม่สบายใจของคณะสงฆ์ต่อการทำงานของพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)นั้น

ทางสมาพันธ์ชาวพุทธฯได้หารือกัน และออกเป็นมติ เรียกร้องให้นายออมสิน  ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนากรัฐมนตรี เปลี่ยนตัวผอ.พศ. โดยด่วน

เนื่องจากนายพงศ์พรไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผอ.พศ. ทำหน้าที่คือ
...................................................
1. เป็นผู้บริหารสูงสุดของพศ.
2. เป็นเลขาธิการมหาเถรสมาค ซึ่งมีหน้าที่ดูแล ส่งเสริม สนับสนุน มหาเถรสมาคม (มส.)พระสังฆาธิการ และพระสงฆ์ต่างๆ ทั่วประเทศ 
...................................................

             แต่พ.ต.ท.พงศ์พร  เมื่อได้รับการแต่งตั้งเข้ามา มีการทำงานข้ามขั้นตอน เช่น 


             ออกประกาศพศ. เรื่อง มาตราฐานสำนักเรียน และสำนักศาสนาศึกษา พ.ศ.2560 ทั้งๆ ที่การออกกฏเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาบาลี และนักธรรม ต้องออกจากแม่กองบาลีสนามหลวง และแม่กองธรรมสนามหลวง หรือควรปรึกษาจนผ่านความเห็นชอบเสียกอ่น จึงเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่ง หากผอ.พศ. จะออกประกาศดังกล่าวเองโดยทันที

             ส่วนการตรวจสอบเงินอุดหนุนร.ร.พระปริยัติ แผนกสามัญศึกษา ปัจจุบันยังไม่ทราบว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่อย่างไร แต่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อคณะสงฆ์ที่เกี่ยวข้องไปแล้ว


อ่านข่าวต่อได้ที่: https://www.thairath.co.th/content/1030434


____________________

             จากข่าวที่ออกมาทำให้ชาวพุทธเข้าไปออกความคิดเห็น ส่วนใหญ่จะเห็นด้วยและทนไม่ได้ที่จะมีผอ.สำนักพุทธที่ขาดคุณสมบัติหลายประการ อีกทั้งยังมีกระแสว่าเป็นพราหมณ์ ไม่นับถือพระในมหาเถรสมาคมและกำลังมีแผนจะเล่นงานมส. ให้รับความเสียหาย ทำให้ชาวพุทธเสื่อมศรัทธาในมหาเถร และคณะสงฆ์

ตย. ความคิดเห็น







         "....ทั้งนี้หลังจากมีข่าวจี้ปลดผอ.พศ. เมื่อนักข่าวไปขอสัมภาษณ์ยังได้บอกว่า ตนจะไม่ท้วงติงอะไร ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ผู้ร้องก็สามารถร้องได้ ดีเหมือนกันจะได้พักผ่อน ...."



วันเสาร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ชาวพุทธตอกกลับไพศาล อย่าทำลายพุทธศาสนา ดึงฟ้าสูงให้ต่ำ

คณะสงฆ์ไทยปกครองด้วย 
พระธรรมวินัย กฎหมาย 
และกฎมหาเถรสมาคม


 "มส.มีมติแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทรเป็นคณะจังหวัดฉะเชิงเทราชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎมหาเถรสมาคม"
............................................

กรณีมหาเถรสมาคมมีมติแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา (ฝ่ายมหานิกาย) ดำเนินถูกต้องตามกฎมหาเถรสมคม แต่กลับถูกพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมส. ทำหนังสือกราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อให้ทรงวินิจฉัยและขอโปรดมีพระบัญชาทบทวนมติดังกล่าว โดย พศ.อ้างว่ามีผู้ยื่นหนังสือถึง พศ. ขอให้พิจารณาอธิกรณ์พระราชปริยัติสุนทร เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายประการ


.......................
---อธิกรณ์จบไปแล้ว---

" พระธรรมวินัยระบุว่าอธิกรณ์ของพระที่จบไปแล้วจะรื้อฟื้นอีกไม่ได้ พระรูปใดรื้อฟื้นต้องอาบัติ !!!! "
.......................


ต่อมาพระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) แถลงว่า กรณีอธิกรณ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามทั้ง 7 รูป (พระราชปริยัติสุนทร เป็น 1 ใน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสขณะนั้น)   จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ ยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพ ที่ประชุมมส. จึงตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ท่านจึงเสนอ มส. คืนตำแหน่งแก่พระที่ถูกสอบทั้งหมด พระทั้งหมดจึงพ้นอธิกรณ์ ถือว่าไม่มีความผิด

" พระธรรมวินัยระบุว่าอธิกรณ์ของพระที่จบไปแล้วจะรื้อฟื้นอีกไม่ได้ พระรูปใดรื้อฟื้นต้องอาบัติ !!!! "
       


ดังนั้นการที่ มส.มีมติแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทรเป็นคณะจังหวัดฉะเชิงเทราจึงชอบด้วยพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎมหาเถรสมาคม




แต่วันที่ 29 ก.ค.60 กลับมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Paisal Puechmongkol โพสต์ข้อความลักษณะให้คนอ่านเข้าใจว่า มส.อาจใช้มติเสียงข้างมากกลับพระวินิจฉัย โดยอ้างหน้าตาเฉยว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดกับสมเด็จพระญานสังวรณ์มาแล้วจากกรณีพระลิขิตกรณีพระธัมมชโย  แถมยังขู่ว่าพี่น้องทุกหมู่เหล่าต้องไม่ยอมให้ใครยึดอำนาจเหมือนคราวก่อน

ตาม พรบ.สงฆ์ฉบับปัจจุบัน มาตรา 8 ระบุว่า 

             “สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปรินายก  ทรงบัญชาการคณะสงฆ์  และทรงตราพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช  โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมาย  พระธรรมวินัย  และกฎมหาเถรสมาคม”



"มส.มีมติแล้วว่าพระธัมมชโยไม่ผิด"
............................................

           ส่วนเรื่องพระลิขิตกรณีพระธัมมชโย มส.มีมติแล้วว่าพระธัมมชโยไม่ผิด ซึ่ง พศ.และ มส.ยืนยันว่า ใส่ใจในพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชมาตลอด แต่ต้องไม่ขัดกับกฎหมาย  พระธรรมวินัย  และกฎมหาเถรสมาคม



หากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Paisal Puechmongkol  ดื้อดึงไม่สนพระธรรมวินัย กฎหมาย และกฎมหาเถรสมคม อาจสุ่มเสี่ยงให้พระสังฆราชทำผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง อันจะเป็นการดึงฟ้าสูงให้ต่ำ

         โปรดอย่าเอาพฤติกรรมแบบพวกคลั่งการเมือง เอากฎหมู่มาเหนือกฎหมาย ไม่ยึดหลักการแต่ยึดหลักกู มาทำลายพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกพ้องตนเองอีกเลย


      ช่วยนำข้อความนี้ส่งต่อยังชาวพุทธให้เข้าใจหลักการ และอย่าหลงเชื่อข้อความในเฟจบุคของ Paisal Puechmongkol ซึ่งอาจนำมาให้เกิดการแตกแยกของคณะสงฆ์และชาวพุทธ !!!!!!!!!!!

ที่มา https://www.facebook.com/Paisal.Fanpage/posts/1363302433768425

อ่านเพิ่มเติมข้อมูลมีประโยชน์


ตื่นเถิดชาวพุทธ กรณีพระลิขิต

มติ มส.พระธัมมชโย ไม่ปาราชิก ไม่ขัดต่อพระลิขิต 


มติ มส. ปิดมหากาพย์พระลิขิต


วันอังคารที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

อ่านบทความนี้ จะกระจ่าง เงินทอนวัด กับ บาตรพระพุทธ

เป็นประเด็นมาร่วมเดือนแล้ว สำหรับศัพท์ใหม่อย่าง “เงินทอนวัด” ที่คนสมัยก่อนอาจไม่รู้จัก แต่ยุคนี้กลายเป็นคำฮิตติดหูขึ้นมา ทำเอาคนได้ยินคิดว่า เจ้าอาวาสวัดบางแห่งรวย แถมอาจติดเครดิตเป็นมาเฟียอีกต่างหาก

 แล้วยังอาจจะมีเอี่ยวแบ่งกันกินกันใช้กับเจ้าหน้าที่สำนักที่ได้ชื่อว่าเป็นเด็กวัดของพระพุทธศาสนาอีกด้วย ก็ไม่ทราบว่า ผู้ที่จุดไฟเรื่องนี้จนลุกพรึบขึ้นมามีจุดประสงค์อะไร ?

แต่สิ่งที่เกิดตามมาจากวาทกรรมดังกล่าวก็คือ วิกฤติศรัทธาที่อาจทำให้ชาวพุทธและไม่ใช่ชาวพุทธเสียโอกาสในการที่จะศึกษาพระพุทธศาสนาเพื่อดับทุกข์ทางใจในชีวิต!

จะว่าไป “เงินทอนวัด” ที่เป็นประเด็นขึ้นมา อาจสืบเนื่องมาจากเงินอุดหนุนวัดจากสำนักพระพุทธศาสนา บวกกับการแก้พ.ร.บ.สงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ที่ให้สำนักพระพุทธฯ 

มีอำนาจตรวจสอบบัญชีวัดและแจ้งความเอาผิดได้ จึงทำให้หน่วยงานของรัฐที่ใหญ่กว่า สำนักพุทธฯ ต้องการกางบัญชีวัดออกดูว่าวัดใดมีเงินมากน้อยเพียงใด ที่มาของเงินจากไหนบ้าง นำไปใช้อะไร

หากมองวิกฤติให้เป็นโอกาส นี่ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ทำให้วัดตื่นตัวในเรื่องกิจการของสงฆ์ให้เปิดเผย ซึ่งปกติก็เปิดเผยอยู่แล้วมากมายหลายวัดและพระไม่ได้มีเงินไว้กับตัวหรือติดวัด 

แต่ท่านเป็นเพียงสะพานที่นำญาติโยมไปสู่ความพ้นทุกข์ โดยอาศัยปัจจัยที่ญาติโยมทำบุญมาคนละเล็กละน้อยแปรเปลี่ยนเป็นอาสนะ กุฏิ ที่พักอาศัย ห้องน้ำ ศาลาฟังธรรม ค่าน้ำ ค่าไฟ และการซ่อมบำรุงวัดที่ต้องมีการรักษาดูแลเป็นปกติวิสัย

หากมองภาพรวมของวัดประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าวัดทั่วประเทศ กับตัวเลขที่วัดได้รับงบประมาณจากสำนักพระพุทธฯ ปีหนึ่งๆ ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งตัวเลขกลมๆ ที่นำมาอุดหนุนวัดประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งอาจมีเพียงประมาณ ๔,๐๐๐ วัด ที่จะได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักพระพุทธฯ

ยิ่งเมื่อมีการเฉลี่ยลงไปในสำนักพระพุทธฯ ระดับจังหวัด วัดที่ได้รับเงินอุดหนุนก็จะถูกเฉลี่ยไปโดยจำนวนเงินที่ทอนลงมาเรื่อยๆ ก็จะเหลือเงินอุดหนุนประมาณวัดละ ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น แล้ววัดที่อยู่ได้โดยไม่ต้องมีเงินอุดหนุนจากอีกประมาณ ๓๕,๐๐๐ วัด มาจากไหน

“ศรัทธาชาวบ้าน” คือ คำตอบ!

ไม่ว่าจะเป็นวันนี้ หรือกี่ร้อยปีก่อน แม้ถอยไปไกลกว่านั้นกว่าสองพันปี ก็ยังคงเป็นคำตอบเดียวกัน ที่ทำให้คนรุ่นเราได้อานิสงส์ความร่มเย็นจากบวรพระพุทธศาสนาอย่างครบถ้วน ไม่แตกต่างจากสมัยพุทธกาลเลยแม้แต่น้อย

และโดยอาศัยศรัทธาชาวบ้านนี่เองที่บำรุงหล่อเลี้ยงพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไปได้อีกยืนยาว

การหล่อเลี้ยงพระเณรในพระพุทธศาสนาจากศรัทธาชาวบ้านมีกุศโลบายมากมาย หากย้อนกลับไปดูวัดในต่างจังหวัด วันพระจะเห็นที่ศาลาโรงฉัน จะมีบาตรหนึ่งใบเรียกว่า “บาตรพระพุทธ” เป็นบาตรเปล่าที่ตั้งไว้เพื่อให้ญาติโยมใส่ปัจจัยคือ “เงิน” 

ลงไปเพื่อให้วัด พระ ใช้จ่ายในเรื่องสาธารณูปโภคต่างๆ ภายในวัด อาทิ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซ่อมบำรุงเสนาสนะ เป็นต้น ซึ่งคนมาทำบุญที่วัดในวันพระก็จะทำบุญคนละบาท สิบบาท 

รวบรวมได้ในวันพระร้อยสองร้อยบาทก็เพียงพอที่จะใช้จ่ายในส่วนดังกล่าว ซึ่งไม่เคยเป็นภาระของรัฐในการที่จะต้องมาดูแลรายละเอียดของวัด แต่กลับเป็นฐานที่สร้างความมั่นคงให้พระพุทธศาสนาเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้มีทุกข์ให้หลายทุกข์ได้สืบต่อมา 

และยังเกื้อกูลให้พระเณรได้บวชเรียนอย่างไม่ขาดสายมาจนถึงทุกวันนี้ จะเรียกว่า นี่คือความอัศจรรย์ในภูมิปัญญาของคนโบราณยิ่งนัก

วันพุธที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ธรรมิกสูตร ภัยพิบัติ เกิดจากผู้นำไม่มีศีลธรรม

ธรรมิกสูตร ภัยพิบัติ เกิดจากผู้นำไม่มีศีลธรรม

ดูกรภิกษุทั้งหลาย..

สมัยใดพระราชา
เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม
สมัยนั้น ....
แม้พวกข้าราชการ 
ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม 


เมื่อพวกข้าราชการ
ไม่ตั้งอยู่ในธรรม 
สมัยนั้น...
แม้พราหมณ์และคฤหบดี 
ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม


เมื่อพราหมณ์และคฤหบดี
ไม่ตั้งอยู่ในธรรม 
สมัยนั้น...
แม้ชาวนิคมและชาวชนบท 
ก็เป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม


เมื่อชาวนิคมและชาวชนบท
ไม่ตั้งอยู่ในธรรม
พระจันทร์ และพระอาทิตย์
ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 


เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์
หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 
หมู่ดาวนักษัตร
ก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 


เมื่อคืนและวันหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 
เดือนหนึ่งและกึ่งเดือน
ก็หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 


เมื่อเดือนหนึ่งและกึ่งเดือน
หมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 
ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ


เมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไม่สม่ำเสมอ 
ลมย่อมพัดไม่สม่ำเสมอ 


เมื่อลมพัดไม่สม่ำเสมอ 
ลมก็เดินผิดทางไม่สม่ำเสมอ ย่อมพัดเวียนไป 


เมื่อลมเดินผิดทางไม่สม่ำเสมอพัดเวียนไป 
เทวดาย่อมกำเริบ 


เมื่อเทวดากำเริบ
ฝนย่อมไม่ตกต้องตามฤดูกาล


เมื่อฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล 
ข้าวกล้าทั้งหลายก็สุกไม่เสมอกัน 


ดูกรภิกษุทั้งหลาย
มนุษย์ผู้บริโภคข้าวที่สุกไม่เสมอกัน 
ย่อมเป็นผู้มีอายุน้อย 
มีผิวพรรณเศร้าหมอง
มีกำลังน้อย มีอาพาธมาก



ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
สมัยใด พระราชาเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม
สมัยนั้น แม้ข้าราชการก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม 


เมื่อข้าราชการตั้งอยู่ในธรรม
สมัยนั้น แม้พราหมณ์และคฤหบดีก็เป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม 


เมื่อพราหมณ์และคฤหบดีตั้งอยู่ในธรรม 
สมัยนั้น 
แม้ชาวนิคมและชาวชนบท ก็ย่อมเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม 


เมื่อชาวนิคมและชาวชนบทเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม 
พระจันทร์และพระอาทิตย์ก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ 


เมื่อพระจันทร์และพระอาทิตย์หมุนเวียนสม่ำ
เสมอกัน หมู่ดาวนักษัตรก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ 


เมื่อหมู่ดาวนักษัตรหมุนเวียนสม่ำเสมอ 
คืนและวันก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ 


เมื่อคืนและวันย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอ 
เดือนหนึ่งและกึ่งเดือนก็ย่อมหมุนเวียนสม่ำเสมอกัน 


เมื่อเดือนหนึ่งและกึ่งเดือนหมุนเวียนสม่ำเสมอ 
ฤดูและปีก็ย่อมหมุนเวียนไปสม่ำเสมอ 


เมื่อฤดูและปีหมุนเวียนไปสม่ำเสมอกัน 
ลมย่อมพัดสม่ำเสมอ


เมื่อลมพัดสม่ำเสมอ 
ลมย่อมพัดไปถูกทาง 


เมื่อลมพัดไปถูกทาง 
เทวดาย่อมไม่กำเริบ


เมื่อเทวดาไม่กำเริบ
ฝนย่อมตกต้องตามฤดูกาล 


เมื่อฝนตกต้องตามฤดูกาล 
ข้าวกล้าก็สุกเสมอกัน 


ดูกรภิกษุทั้งหลาย 
มนุษย์ผู้บริโภคข้าวกล้าที่สุกเสมอกัน 
ย่อมมีอายุยืน 
มีผิวพรรณดี มีกำลัง 
และมีอาพาธน้อย ฯ


                          
เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่
ถ้าโคผู้นำฝูงไปคด 
โคเหล่านั้นย่อมไปคดทั้งหมด 
ในเมื่อโคผู้นำไปคด 


ในมนุษย์ก็เหมือนกัน
ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ 
ถ้าผู้นั้นประพฤติอธรรม  
ประชาชนนอกนี้
ก็จะประพฤติอธรรมเหมือนกัน 
แว่นแคว้นทั้งหมด
จะได้ประสบความทุกข์ 


ถ้าพระราชาเป็นผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม 
เมื่อฝูงโคข้ามไปอยู่ 
ถ้าโคผู้นำฝูงไปตรง 
โคเหล่านั้นย่อมไปตรงทั้งหมด 
ในเมื่อโคผู้นำไปตรง 


ในหมู่มนุษย์ก็เหมือนกัน 
ผู้ใดได้รับสมมติให้เป็นผู้นำ 
ถ้าผู้นั้นประพฤติธรรม 
ประชาชนนอกนี้
ย่อมประพฤติธรรมเหมือนกัน 


แว่นแคว้นทั้งหมด
ย่อมได้ประสบความสุข 
ถ้าพระราชาเป็นผู้ตั้งอยู่ในธรรม ฯ


วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

แฉธรรมกาย !!! สอนให้ทำบุญจนหมดตัวจริงหรือ .. ถือว่าสอนผิดหรือไม่ ?



วัดพระธรรมกายสอนให้ทำบุญจนหมดตัว
จริงหรือ ?????

.......................
อยู่ในกระแส ที่มีแต่คนพูดถึงว่าวัดพระธรรมกายสอนให้คนทำบุญจนหมดตัวบ้างล่ะ ปิดบัญชีทำบุญบ้างล่ะ อยากให้อ่านอีกหนึ่งความคิดนะ แล้วลองพิจารณาตัดสินเอง
.......................


ในอรรถกถา... มหาเวสสันดรชาดก 
ว่าด้วย 
พระเวสสันดรทรงบำเพ็ญทานบารมี


ได้พูดไว้ชัดถึงเรื่องการทำทานในชาติที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเกิดเป็นพระเวสสันดร ที่พระองค์ทำบุญบริจาคแม้กระทั่งบุตรและภรรยา ตรงนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ท่านทำบุญ ยิ่งกว่าหมดเนื้อหมดตัวเสียอีก 

      "เพราะพระองค์ให้ความสำคัญกับการสร้างมหาทานบารมีอย่างยิ่งยวด เพื่อให้มีบุญมากพอที่จะหมดกิเลสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ ซึ่งเมื่อเป็นแล้ว ก็จะได้กลับมาโปรดบุตรภรรยา และสรรพสัตว์จำนวนมากให้หมดกิเลส พ้นทุกข์ตามพระองค์ไปด้วย" 


ดังนั้น การทำบุญที่ทุ่มเทเอาชีวิตเป็นเดิมพัน สละสิ่งที่สละได้ยากขนาดนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่ประการใด

อีกทั้งใครจะทำบุญน้อย ..
ทำบุญมาก ..
ทำบุญตามกำลังศรัทธา ..
เต็มกำลังศรัทธา ..
ก็ไม่มีใครผิดทั้งนั้น ..


แต่ขึ้นกับการตั้งความปรารถนาในการสร้างบารมี หรือการออกแบบชีวิตในชาติหน้าของแต่ละคนว่าจะเลือกระดับไหน อยากมีชีวิตเป็นอย่างไรก็เท่านั้นเอง... 


          เช่น... บางคนอยากรวยมาก เพราะคิดว่าเมื่อมีทรัพย์แล้วจะได้สะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการทำมาหากิน เพื่อเอาเวลามาสร้างบุญบารมีอย่างเดียว กลุ่มคนพวกนี้เขาก็จะเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการทำบุญ 
          แต่ถ้าบางคนอยากมีแค่พอมีพอกิน เขาก็ทำแค่พอประมาณหรือ
... บางคนไม่คิดว่าความรวยสำคัญ เขาก็ทำทานน้อย ซึ่งตรงนี้จะไปบังคับใครไม่ได้ แล้วแต่การวางแผน ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์เลือกไม่เหมือนกัน


ฉะนั้น.... ก่อนจะเชื่อตามข่าวที่หาว่าวัดพระธรรมกายสอนผิด ก็อยากให้เปิดพระไตรปิฎกศึกษาอย่างจริงจังกันก่อน จะได้ไม่พลาดก้าวล่วงสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนโดยไม่รู้ตัว


........................
ขอขอบคุณภาพจาก Nation photo

วันเสาร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2560

73 ปี 73 เรื่องราวดีๆ ของหลวงพ่อธัมมชโย


1. หลวงพ่อธัมมชโยอายุ 73 ปีแล้ว ท่านตั้งใจบวชตลอดชีวิต ปัจจุบันท่านบวชได้ 47 พรรษา 

2. วัดพระธรรมกาย มี ผู้สอบผ่าน บาลี ปธ.9 จำนวน 71 รูป มาเป็นอันดับต้นๆของประเทศ 


3. วัดพระธรรมกาย เป็นแชมป์สอบผ่านบาลีมากที่สุดในประเทศไทยติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี


4. วัดพระธรรมกาย มีพระภิกษุและสามเณร ประจำกว่า 2,000 รูป มากที่สุดในประเทศไทย


5. วัดพระธรรมกาย มีพระภิกษุที่เป็นสัทธิวิหาริก กว่า 5,000 รูป ทั่วโลก 


6. วัดพระธรรมกาย มีพระภิกษุ จบปริญญาเอก กว่า 12 รูป


7. วัดพระธรรมกาย จัดสอบตอบแข่งขันปัญหาธรรมะให้กับเยาวชน ปีละ 3-5 ล้านคน 


8. วัดพระธรรมกาย จัดบวชพระ มาแล้วกว่า 150,000 รูป 


9. วัดพระธรรมกาย จัดตักบาตรมาแล้วกว่า 1,200,000 รูป 


10. วัดพระธรรมกาย จัดบวชอุบาสิกาแก้ว อบรมศีลธรรมให้ประชาชนหญิง กว่า 1 ล้านคน 


11. วัดพระธรรมกาย จัดบวชอุบาสกแก้ว ให้กับประชาชนชน กว่า 100,000 คน 


12. วัดพระธรรมกาย มีอุบาสกอุบาสิกา ถือศีล 8 อุทิศตนช่วยงานพระพุทธศาสนาประจำที่วัด กว่า 800 คน 


13. วัดพระธรรมกาย จัดกิจกรรมส่งเสริมศีลธรรมเยาวชน (เด็กดีวีสตาร์) กว่า 1 ล้านคน 


14. วัดพระธรรมกาย มีวัดสาขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาและสมาธิ ในต่างประเทศ กว่า 80 แห่ง ทุกภูมิภาคทั่วโลก 


15. วัดพระธรรมกาย มีบุคลากรทั้งพระภิกษุ อุบาสกอุบาสิกา ที่จบปริญญาตรี กว่า 1,000 รูป/คน 


16. วัดพระธรรมกาย มีสาธุชน เข้าวัดมาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ ในวันธรรมดา กว่า 3,000 คน 


17. วัดพระธรรมกาย มีสาธุชน เข้าวัดมาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ ในวันพระ กว่า 5,000 คน 


18. วัดพระธรรมกาย มีสาธุชน เข้าวัดมาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ ในวันอาทิตย์ กว่า 10,000 คน 


19. วัดพระธรรมกาย มีสาธุชน เข้าวัดมาฟังธรรม ปฏิบัติธรรม บำเพ็ญบุญ ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา หรือวันงานบุญใหญ่ของวัด กว่า 100,000 -300,000 คน 


20. หลวงพ่อธัมมชโย นำธรรมะจากพระไตรปิฎก มาบรรยายทางสถานีวิทยุ ผ่านรายการ "ธรรมะเพื่อประชาชน" กว่า 1,000 เรื่อง


21. สร้างพระมหาธรรมกายเจดีย์ เพื่อประดิษฐานองค์พระตัวแทนพระสัมมาพุทธเจ้า 1 ล้านองค์


22. สร้างลานธรรมและวิหารคด เพื่อรองรับคนนั่งสมาธิจากทั่วโลกได้พร้อมกันทีเดียวถึง 1 ล้านคน


23. สร้างสภาธรรมกายสากล (ศาลาวัด) รองรับคนนั่งสมาธิพร้อมกันทีเดียวได้ 300,000 คน


24. หล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ขนาด 1 เท่าครึ่ง ด้วยทองคำบริสุทธิ์ เพื่อบูชาครูบาอาจารย์ ถึง 8 องค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่หลวงปู่วัดปากน้ำ ได้แก่ 1.บ้านเกิด 2.วัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี


3.วัดโบสถ์ (บน) ต.บางคูเวียง จ.นนทบุรี 4.วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม 5.คลองบางนางแท่น 6.วัดปากน้ำ 7.วัดพระธรรมกาย และ 8.เพื่อนำขบวนพระธุดงค์ธรรมชัย


25. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 1 (บ้านเกิดหลวงปู่) เพื่อระลึกถึงและบูชาคุณงามความดีของหลวงปู่วัดปากน้ำ ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 


26. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 2 (วัดที่หลวงปู่บวช) ณ วัดสองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี 


27. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 3 (วัดที่บรรลุธรรม) ณ วัดโบสถ์ (บน) ต.บางคูเวียง จ.นนทบุรี


28. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 4 (วัดที่สอนสมาธิครั้งแรก) ณ วัดบางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม 


29. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 5 (สถานที่ตัดสินใจบวชตลอดชีวิต) ณ คลองบางนางแท่น


30. อนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 6 ณ วัดปากน้ำ ประดิษฐานรูปหล่อทองคำ ณ พระมหาเจดีย์มหารัชมงคล 


31. สถาปนาอนุสรณ์สถานหลวงปู่วัดปากน้ำ แห่งที่ 7 วัดพระธรรมกาย ณ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี 


32. สร้างรูปเหมือนคุณยายอาจารย์ผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย ด้วยทองคำบริสุทธิ์ 3 องค์ ประดิษฐาน ณ มหาวิหารคุณยายอาจารย์ฯ, อาคารหนึ่งไม่มีสอง, อาคาร 100ปีคุณยายอาจารย์ฯ 


33. สร้าง “มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” เพื่อบูชาธรรมผู้ให้กำเนิดวัดพระธรรมกาย


34. สร้าง “หอฉันคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” เพื่อบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ฯ


35. สร้าง “อาคาร 100 ปี คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง” เพื่อเป็นศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก 


36. สร้าง “อาคารหนึ่งไม่มีสอง” เพื่อบูชาธรรมคุณยายอาจารย์ฯ


37. ส่งเสริมโครงการวิสาขบูชานานาชาติ เช่น มองโกเลีย, อินเดีย, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย,เยอรมนี เป็นต้น


38. ตั้งโครงการ 323 วัด ใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อช่วยคณะสงฆ์และผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ปีที่ 13 ครั้งที่ 125 แล้ว 


39. มอบกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้ ปีที่ 10 จำนวน 30,000 กว่ากองทุน เป็นเงินกว่า 60 ล้านบาท 


40. ให้ทุนการศึกษาแก่บุตรของเจ้าหน้าที่ของวัด กว่า 100 ทุน/ปี


41. ให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนผู้สนใจศึกษาธรรมะตามพุทธวิธีในโครงการเด็กดีวีสตาร์ กว่า 10,000 ทุน/ปี


42. ตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อส่งเสริมการศึกษาบาลี


43. ตั้งโรงเรียนพระปริยัติสามัญ เพื่อส่งเสริมการศึกษาบาลี


44. ตั้งสำนักเรียนพระอภิธรรม วัดพระธรรมกาย 


45. จัดโครงการอบรมธรรมทายาทระดับอุดมศึกษา


46. จัดโครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทชาย


47. จัดโครงการอบรมยุวธรรมทายาท


48. จัดโครงการอบรมธรรมทายาทหญิงระดับอุดมศึกษา


49. จัดโครงการอบรมมัชฌิมธรรมทายาทหญิง


50. จัดโครงการอบรมยุวกัลยาณมิตร


51. จัดโครงการบวชบูชาธรรมหลวงปู่วัดปากน้ำ


52. อนุญาตโครงการบวชบูชาธรรมหลวงพ่อธัมมชโย


53. จัดโครงการบวชบูชาธรรมหลวงพ่อทัตตชีโว


54. จัดโครงการบวชบูชาธรรมคุณยายอาจารย์


55. ดำริโครงการบวชแสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย 


56. ดำริโครงการบวชสามเณร 1 ล้านรูปทั่วไทย 


57. จัดโครงการอบรมสัมมนาพระกัลยาณมิตร อบรมไปแล้วกว่า 5,000 รูป


58. ตั้งโครงการบ้านกัลยาณมิตร เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนสวดมนต์ นั่งสมาธิ ถือศีล 5 พร้อมกันที่บ้านทั้งครอบครัว กว่า 100,000 ครอบครัว


59. ตั้งโครงการบ้านแสงสว่าง เพื่อเชิญชวนให้เยาวชนสวดมนต์ นั่งสมาธิ ถือศีล 5 ที่บ้านพร้อมผู้ปกครอง กว่า 10,000 ครอบครัว


60. จัดโครงการทำบุญปุพพเปตพลี (อุทิศส่วนกุศลให้หมู่ญาติ) ทุกวันพระ


61. จัดโครงการบูชาพระมหาธรรมกายเจดีย์ทุกวัน


62. จัดโครงการถวายภัตตาหารเป็นสังฆทาน แด่พระภิกษุสามเณรผู้ประพฤติธรรม ณ หอฉันคุณยายอาจารย์ฯ ทุกวัน


63. จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติทั่วประเทศ


64. จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติต่างประเทศ เช่น เมียนมาร์, เนปาล เป็นต้น


65. จัดโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ ในจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ 


66. จัดโครงการธุดงค์ธรรมชัย ฟื้นฟูวัดร้างให้เป็นวัดรุ่ง


67. จัดโครงการธุดงค์ธรรมชัย สถาปนาเส้นทางพระผู้ปราบมาร


68. จัดโครงการปฏิบัติธรรมธุดงค์แก้ว ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ 


69. จัดโครงการนั่งสมาธิ 24 น.


70. จัดโครงการปฏิบัติธรรม สำหรับสาธุชน ทุกวันอาทิตย์


71. จัดโครงการปฏิบัติธรรม สำหรับชาวต่างประเทศ ทุกปี 


72. จัดโครงการผลิตสื่อธรรมะเผยแพร่ผ่านโทรทัศน์, วิทยุ, ดาวเทียม, เว็บไซท์ ฯลฯ 24 น. 


73. วัดพระธรรมกาย จัดสวดบทธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ซึ่งเป็นแม่บทของทางพระพุทธศาสนา 46,464,646 จบ ในวันคุ้มครองโลก 22 เมษา 2560


Cr. สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย

วันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2560

เคยได้ยินคำว่า "ครอบครัวธรรมกาย" หรือไม่ ?

"ครอบครัวธรรมกาย" เป็นอย่างไร ??
ต่างหรือเหมือน
กับครอบครัวทั่วไปหรือไม่ ??

อยากให้ทุกท่านได้รับชมกับครอบครัว 
กุลวัฒน์ชูกิจ

ตัวอย่างหนึ่งของหลายครอบครัว
ที่ได้เข้าวัดพระธรรมกายแล้วเปลี่ยนไป

แต่จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง 
ติดตามรับชม