บทที่ 17 กุฏิไฟไหม้กับตอไผ่ (เขาว่าหลวงพี่เป็น...ผู้มีอิทธิพล The series)
กุฏิไฟไหม้ เขาวงพระจันทร์ พระธาดา จรณธโร อิทธิพลเขาว่าหลวงพี่เป็น...ผู้มีอิทธิพล
โดยพระธาดา จรณธโร
ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์ (องค์กรสาธารณประโยชน์)
......................................
หลวงพี่คิดอยู่นานว่าจะนำเสนอข้อมูลดังต่อไปนี้ดีไหมและอย่างไรดี? เพราะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างที่สุดที่จะไม่ทำให้ใครได้รับความเสียหายจากสิ่งที่หลวงพี่เขียน แต่ก็ต้องรักษาข้อแท้จริงเอาไว้ .. ก็ว่าไปตามเนื้อผ้าแล้วกันนะ ..
.. มาอยู่ที่เขาวงพระจันทร์ไม่กี่วันพระรูปนั้นก็เริ่มมีทีท่าแปลกๆ ท่านบอกว่าชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าหลวงพี่จะจัดบวชจริงๆหรือ ไม่เห็นก่อสร้างอะไรเลย (อ้าว.. ตอนไปชวนเรามาบอกที่กว้างกางเต๊นท์ได้เป็นร้อยหลัง) หลวงพี่ก็มีเหตุผล เพราะกว่าธรรมทายาทจะเข้าโครงการก็อีกสองสามเดือนโน่น พึ่งมาอยู่ไม่กี่วันจะรีบสร้างอะไรกัน แต่เมื่อท่านอ้างชาวบ้าน หลวงพี่ก็เลยของบเตรียมสถานที่จากวัดพระธรรมกายมาได้จำนวนหนึ่ง ตกลงกันว่าจะสร้างอาคารที่พักและห้องน้ำให้ธรรมทายาทตรงสนามด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้านขวามือของพระยืน ตัวหลวงพี่เองไม่มีความรู้เรื่องการก่อสร้างเลย แค่ตกลงกันคร่าวๆว่า ให้ทำเป็นโรงนอนให้พักกันได้สักหลายๆสิบคน ประหยัดสุด ประโยชน์สูง อะไรต้องซื้อก็ซื้อ วัศดุอะไรที่วัดมีอยู่พวกไม้เก่าที่เก็บไว้ก็เอามาใช้ และให้ชาวบ้านมาช่วยกันสร้าง ให้ท่านเป็นผู้ควบคุมดูแลโดยให้เงินท่านไปเป็นงวดๆ หลวงพี่ดูใบเสร็จที่ท่านไปซื้อวัสดุก่อสร้างเห็นว่าสมเหตุสมผลก็ไม่ได้ติดใจอะไร ดูท่านมีความสุขขึ้นทีเดียวเมื่อมีงานก่อสร้างและได้ชักชวนชาวบ้านมาช่วยกัน วันหนึ่งเป็นช่วงที่หลวงพี่ไม่อยู่ ทราบว่าท่านจัดทอดผ้าป่า มีการเข้าทรงฤาษีด้วย เพื่อหางบมาทำพื้นศาลา
แต่มีข้อสังเกตุว่าท่านจะไม่ยอมให้หลวงพี่อยู่กับชาวบ้านตามลำพังเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านไปทำธุระอย่างอื่นและผ่านมาเห็นหลวงพี่คุยกับชาวบ้านท่านจะต้องเข้ามาถามทุกครั้งว่าชาวบ้านคุยอะไรกับหลวงพี่บ้าง (ตอนหลังมาทราบว่าท่านก็จะไปถามชาวบ้านเช่นกันว่าหลวงพี่ถามอะไรบ้าง) วันหนึ่งหลวงพี่เข้าไปอาคารที่ท่านพักก็เห็นกล่องภายในมีปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้วอยู่จำนวนมาก ท่านบอกว่าใช้ทำตะกรุด หลวงพี่ก็เตือนท่านว่าพวกเดรัจฉานวิชานั้นอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า
วันหนึ่งท่านก็มาบอกว่าทำใมหลวงพี่ต้องเช่ารถและจ้างคนขับ ชาวบ้านว่ามันไม่จำเป็นเพราะอยากจะไปไหนมาไหนแค่บอกชาวบ้านเท่านั้นเองเขาพร้อมจะช่วย แต่ข้อนี้หลวงพี่ไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะหลวงพี่ต้องออกไปชวนคนบวชไกลๆ ในป่าในเขาแทบทุกวัน รู้สึกเกรงใจชาวบ้าน (ภายหลังคนขับรถมารายงานว่า วันหนึ่งไปซื้อวัสดุก่อสร้างด้วยกัน คนขับรถเดินไปดูใบเสร็จที่ท่านซื้อของทำให้ท่านไม่พอใจมาก)
ภายในแค่ไม่ถึงเดือนนับแต่หลวงพี่ย้ายเข้ามาอยู่ที่เขาวงพระจันทร์ .. ท่านลงไปทำธุระที่แม่สอด วันนั้นเองก็มีชาวบ้านมาถามหลวงพี่ว่ารู้จักพระรูปนั้นนานหรือยัง เพราะท่านก็พึ่งจะมาถึงแม่จันประมาณเดือนเดียวและบอกกับชาวบ้านว่าท่าน (หมายถึงหลวงพี่รูปนั้น) มาจากวัดพระธรรมกายซึ่งมีเงินเยอะ และวัดพระธรรมกายจะมาลงทุนพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ จำนวนเงินที่ท่านบอกชาวบ้านนั้นมากโขเชียวแหละ ขออย่างเดียวให้ชาวบ้านช่วยรื้อกุฏิเก่าๆออก และให้ช่วยกันตัดต้นไม้และกอไผ่รกๆให้หมด หลวงพี่ก็อธิบายไปว่าท่านบวชในโครงการที่วัดจัดก็จริงแต่จะอ้างว่าเป็นพระวัดพระธรรมกายนั้นไม่ได้ เรื่องวัดพระธรรมกายมีเงินเยอะนั้น ค่าใช้จ่ายเยอะกว่า อย่างจัดบวชทั่วประเทศนี่ก็ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล หลวงพี่ก็เลยถามว่าจริงไหมที่ท่านอ้างชาวบ้านอย่างโน้นอย่างนี้เช่นเรื่องไม่อยากให้จ้างคนขับรถ ชาวบ้านก็บอกว่าไม่จริง พระอาจารย์มีรถเองก็ดีแล้ว ใครจะว่างไปส่งพระอาจารย์ได้ทุกวัน
.. อ้ออย่างนี้นี่เอง .. วันแรกๆที่หลวงพี่มาถึงจึงเห็นต้นไผ่ลำเบ้อเร่อจำนวนมากโดนฟันยืนแห้งตายอยู่ริมเขา และมีกอไผ่ที่โดนไฟเผาอีกหลายกอทั้งบริเวณหลังครัวและสนามหญ้าที่พระสีวลีอยู่ นอกจากนั้นยังมีเศษอัฐบริขารเครื่องใช้ของพระอยู่ในบริเวณกุฏิเก่าที่พึ่งถูกรื้อถอนออกไปด้วย กุฏิเก่าที่โดนรื้อไปนั้นอยู่บริเวณริมเขาตรงกันข้ามกับสนามหญ้าด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านบอกว่าก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ พระครูวัดบนบอกหลวงพี่ว่าเมื่อก่อนนั่งรถผ่านเขาวงพระจันทร์มองเข้ามาจะเห็นเป็นดงไผ่ร่มครึ้ม ท่านมาอยู่แค่เดือนเดียวโล่งโจ้งหมด ตอนหลังชาวบ้านก็มาบอกว่าเคยมีเจ้าที่พิทักษ์ป่ามาหาพระรูปนั้นสงสัยจะเป็นเรื่องการตัดต้นไม้
ส่วนเรื่องกุฏิที่โดนไฟไหม้นั้นเรื่องราวก็คลุมเครือมาก หาข้อสรุปไม่ได้ว่าเกิดเพราะอะไร รู้แต่ว่าคืนที่ไฟไหม้ ทั้งพระทั้งเณรก็จำวัตรอยู่ในนั้น ท่านบอกหลวงพี่ว่าวันนั้นมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาขอพักด้วย พอตกกลางคืนก็มีรถคันหนึ่งมาจอดอยู่แถวๆวัดแล้วชายคนนั้นก็หายไปพร้อมกับรถคันนั้นขณะที่ไฟไหม้ แต่พอถามสามเณรกับชาวบ้านก็ไม่มีใครเคยเห็นชายและรถคันดังกล่าว ..
เมื่อพบกันในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อหน้าชาวบ้าน ท่านจำนนต่อพยานหลักฐาน ก่อนจากไปท่านได้กล่าวอาฆาตหลวงพี่ไว้ด้วย
หลวงพี่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจอยู่ต่อ แต่ก็เสียวๆอยู่หลายวัน กลางคืนและเช้ามืดจะเข้าออกที่พักก็คอยระมัดระวังตัว เพื่อความไม่ประมาทหลวงพี่จึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ .. ไม่นานก็มีคนพบว่าท่านลาสิกขาแล้ว และหลวงพี่ก็ไม่เคยเจอชายคนนี้อีกเลย ..
หลวงพี่สอบถามความเป็นมาจนชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่งว่า ก่อนหน้านี้มีพระรูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ต่อเนื่องกันถึงสิบกว่าปี ท่านอยู่รูปเดียวในกุฏิที่โดนไฟไหม้ไปและไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรร่วมกับชาวบ้านนัก มาไม่กี่เดือนก่อนนั้นท่านมีปัญหากับชาวบ้านซึ่งทำให้ท่านต้องย้ายออกไป ทำให้วัดร้างไปชั่วขณะ แล้วพระรูปนี้ก็มาถึงโดยที่จริงๆแล้วท่านรู้จักกับคณะคนทรงฤาษี ไม่ใช่จาริกธุดงค์มาเจอวัดร้างโดยบังเอิญอย่างที่บอกโยมป้า และคนทรงฤาษีนี้ก็มาทำกิจกรรมทรงๆสิงๆอยู่เป็นระยะๆที่นี่ เพราะชาวบ้านบางส่วนนับถือเรื่องพวกนี้ และดูเหมือนว่าเจ้าอาวาสองค์ก่อนกับคณะคนทรงนี้ไม่ค่อยถูกกัน ..
อ่านแล้วงงๆก็ช่างเถิดนะ เอาเป็นว่ามาถึงจุดนี้ ภายในเวลาไม่กี่เดือน สำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์มีหลวงพี่มาอยู่เป็นรูปที่สาม ก็ถามชาวบ้านว่า วัดพระธรรมกายไม่มีเงินเหลือเฟือจะมาสร้างอะไรอย่างที่พระรูปนั้นบอกหรอก
"อย่างนี้แล้วยังยินดีจะให้หลวงพี่มาใช้สถานที่นี้จัดบวชอยู่ไหม"?
ชาวบ้านบอกว่าเข้าใจและอยากนิมนต์หลวงพี่อยู่ช่วยดูแล หลวงพี่ก็เลยบอกให้ทำหนังสือแจ้งเจ้าคณะตำบลอย่างเป็นทางการ ซึ่งชาวบ้านก็ยินดี
อ่านบทนำ - บทที่ 6ได้ที่
http://buddhisthotissue.blogsp ot.jp/2016/08/series_1.html
โดยพระธาดา จรณธโร
ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์ (องค์กรสาธารณประโยชน์)
......................................
หลวงพี่คิดอยู่นานว่าจะนำเสนอข้อมูลดังต่อไปนี้ดีไหมและอย่างไรดี? เพราะพยายามหลีกเลี่ยงอย่างที่สุดที่จะไม่ทำให้ใครได้รับความเสียหายจากสิ่งที่หลวงพี่เขียน แต่ก็ต้องรักษาข้อแท้จริงเอาไว้ .. ก็ว่าไปตามเนื้อผ้าแล้วกันนะ ..
.. มาอยู่ที่เขาวงพระจันทร์ไม่กี่วันพระรูปนั้นก็เริ่มมีทีท่าแปลกๆ ท่านบอกว่าชาวบ้านเริ่มสงสัยว่าหลวงพี่จะจัดบวชจริงๆหรือ ไม่เห็นก่อสร้างอะไรเลย (อ้าว.. ตอนไปชวนเรามาบอกที่กว้างกางเต๊นท์ได้เป็นร้อยหลัง) หลวงพี่ก็มีเหตุผล เพราะกว่าธรรมทายาทจะเข้าโครงการก็อีกสองสามเดือนโน่น พึ่งมาอยู่ไม่กี่วันจะรีบสร้างอะไรกัน แต่เมื่อท่านอ้างชาวบ้าน หลวงพี่ก็เลยของบเตรียมสถานที่จากวัดพระธรรมกายมาได้จำนวนหนึ่ง ตกลงกันว่าจะสร้างอาคารที่พักและห้องน้ำให้ธรรมทายาทตรงสนามด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ด้านขวามือของพระยืน ตัวหลวงพี่เองไม่มีความรู้เรื่องการก่อสร้างเลย แค่ตกลงกันคร่าวๆว่า ให้ทำเป็นโรงนอนให้พักกันได้สักหลายๆสิบคน ประหยัดสุด ประโยชน์สูง อะไรต้องซื้อก็ซื้อ วัศดุอะไรที่วัดมีอยู่พวกไม้เก่าที่เก็บไว้ก็เอามาใช้ และให้ชาวบ้านมาช่วยกันสร้าง ให้ท่านเป็นผู้ควบคุมดูแลโดยให้เงินท่านไปเป็นงวดๆ หลวงพี่ดูใบเสร็จที่ท่านไปซื้อวัสดุก่อสร้างเห็นว่าสมเหตุสมผลก็ไม่ได้ติดใจอะไร ดูท่านมีความสุขขึ้นทีเดียวเมื่อมีงานก่อสร้างและได้ชักชวนชาวบ้านมาช่วยกัน วันหนึ่งเป็นช่วงที่หลวงพี่ไม่อยู่ ทราบว่าท่านจัดทอดผ้าป่า มีการเข้าทรงฤาษีด้วย เพื่อหางบมาทำพื้นศาลา
แต่มีข้อสังเกตุว่าท่านจะไม่ยอมให้หลวงพี่อยู่กับชาวบ้านตามลำพังเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ท่านไปทำธุระอย่างอื่นและผ่านมาเห็นหลวงพี่คุยกับชาวบ้านท่านจะต้องเข้ามาถามทุกครั้งว่าชาวบ้านคุยอะไรกับหลวงพี่บ้าง (ตอนหลังมาทราบว่าท่านก็จะไปถามชาวบ้านเช่นกันว่าหลวงพี่ถามอะไรบ้าง) วันหนึ่งหลวงพี่เข้าไปอาคารที่ท่านพักก็เห็นกล่องภายในมีปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้วอยู่จำนวนมาก ท่านบอกว่าใช้ทำตะกรุด หลวงพี่ก็เตือนท่านว่าพวกเดรัจฉานวิชานั้นอย่าไปยุ่งกับมันดีกว่า
![]() |
![]() |
| ตัวอย่างเดรัจฉานววิชา ตะกรุด 108 ดอกที่คาดเอา |
วันหนึ่งท่านก็มาบอกว่าทำใมหลวงพี่ต้องเช่ารถและจ้างคนขับ ชาวบ้านว่ามันไม่จำเป็นเพราะอยากจะไปไหนมาไหนแค่บอกชาวบ้านเท่านั้นเองเขาพร้อมจะช่วย แต่ข้อนี้หลวงพี่ไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะหลวงพี่ต้องออกไปชวนคนบวชไกลๆ ในป่าในเขาแทบทุกวัน รู้สึกเกรงใจชาวบ้าน (ภายหลังคนขับรถมารายงานว่า วันหนึ่งไปซื้อวัสดุก่อสร้างด้วยกัน คนขับรถเดินไปดูใบเสร็จที่ท่านซื้อของทำให้ท่านไม่พอใจมาก)
และแล้ววันสำคัญก็มาถึง
ภายในแค่ไม่ถึงเดือนนับแต่หลวงพี่ย้ายเข้ามาอยู่ที่เขาวงพระจันทร์ .. ท่านลงไปทำธุระที่แม่สอด วันนั้นเองก็มีชาวบ้านมาถามหลวงพี่ว่ารู้จักพระรูปนั้นนานหรือยัง เพราะท่านก็พึ่งจะมาถึงแม่จันประมาณเดือนเดียวและบอกกับชาวบ้านว่าท่าน (หมายถึงหลวงพี่รูปนั้น) มาจากวัดพระธรรมกายซึ่งมีเงินเยอะ และวัดพระธรรมกายจะมาลงทุนพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้ จำนวนเงินที่ท่านบอกชาวบ้านนั้นมากโขเชียวแหละ ขออย่างเดียวให้ชาวบ้านช่วยรื้อกุฏิเก่าๆออก และให้ช่วยกันตัดต้นไม้และกอไผ่รกๆให้หมด หลวงพี่ก็อธิบายไปว่าท่านบวชในโครงการที่วัดจัดก็จริงแต่จะอ้างว่าเป็นพระวัดพระธรรมกายนั้นไม่ได้ เรื่องวัดพระธรรมกายมีเงินเยอะนั้น ค่าใช้จ่ายเยอะกว่า อย่างจัดบวชทั่วประเทศนี่ก็ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล หลวงพี่ก็เลยถามว่าจริงไหมที่ท่านอ้างชาวบ้านอย่างโน้นอย่างนี้เช่นเรื่องไม่อยากให้จ้างคนขับรถ ชาวบ้านก็บอกว่าไม่จริง พระอาจารย์มีรถเองก็ดีแล้ว ใครจะว่างไปส่งพระอาจารย์ได้ทุกวัน
.. อ้ออย่างนี้นี่เอง .. วันแรกๆที่หลวงพี่มาถึงจึงเห็นต้นไผ่ลำเบ้อเร่อจำนวนมากโดนฟันยืนแห้งตายอยู่ริมเขา และมีกอไผ่ที่โดนไฟเผาอีกหลายกอทั้งบริเวณหลังครัวและสนามหญ้าที่พระสีวลีอยู่ นอกจากนั้นยังมีเศษอัฐบริขารเครื่องใช้ของพระอยู่ในบริเวณกุฏิเก่าที่พึ่งถูกรื้อถอนออกไปด้วย กุฏิเก่าที่โดนรื้อไปนั้นอยู่บริเวณริมเขาตรงกันข้ามกับสนามหญ้าด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ชาวบ้านบอกว่าก็ยังใช้งานได้ดีอยู่ พระครูวัดบนบอกหลวงพี่ว่าเมื่อก่อนนั่งรถผ่านเขาวงพระจันทร์มองเข้ามาจะเห็นเป็นดงไผ่ร่มครึ้ม ท่านมาอยู่แค่เดือนเดียวโล่งโจ้งหมด ตอนหลังชาวบ้านก็มาบอกว่าเคยมีเจ้าที่พิทักษ์ป่ามาหาพระรูปนั้นสงสัยจะเป็นเรื่องการตัดต้นไม้
![]() |
| ภาพกุฏิที่ไฟไหม้จริง |
ส่วนเรื่องกุฏิที่โดนไฟไหม้นั้นเรื่องราวก็คลุมเครือมาก หาข้อสรุปไม่ได้ว่าเกิดเพราะอะไร รู้แต่ว่าคืนที่ไฟไหม้ ทั้งพระทั้งเณรก็จำวัตรอยู่ในนั้น ท่านบอกหลวงพี่ว่าวันนั้นมีชายแปลกหน้าคนหนึ่งมาขอพักด้วย พอตกกลางคืนก็มีรถคันหนึ่งมาจอดอยู่แถวๆวัดแล้วชายคนนั้นก็หายไปพร้อมกับรถคันนั้นขณะที่ไฟไหม้ แต่พอถามสามเณรกับชาวบ้านก็ไม่มีใครเคยเห็นชายและรถคันดังกล่าว ..
เมื่อพบกันในเช้าวันรุ่งขึ้นต่อหน้าชาวบ้าน ท่านจำนนต่อพยานหลักฐาน ก่อนจากไปท่านได้กล่าวอาฆาตหลวงพี่ไว้ด้วย
เมื่อทราบเรื่องราว
พระอาจารย์ที่ดูแลจังหวัดตาก......ได้แนะนำให้หลวงพี่
ถอนตัวออกจากพื้นที่เพราะห่วงว่าจะเป็นอันตราย
หลวงพี่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจอยู่ต่อ แต่ก็เสียวๆอยู่หลายวัน กลางคืนและเช้ามืดจะเข้าออกที่พักก็คอยระมัดระวังตัว เพื่อความไม่ประมาทหลวงพี่จึงนำเรื่องนี้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจ .. ไม่นานก็มีคนพบว่าท่านลาสิกขาแล้ว และหลวงพี่ก็ไม่เคยเจอชายคนนี้อีกเลย ..
หลวงพี่สอบถามความเป็นมาจนชัดเจนขึ้นในระดับหนึ่งว่า ก่อนหน้านี้มีพระรูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ต่อเนื่องกันถึงสิบกว่าปี ท่านอยู่รูปเดียวในกุฏิที่โดนไฟไหม้ไปและไม่ค่อยมีกิจกรรมอะไรร่วมกับชาวบ้านนัก มาไม่กี่เดือนก่อนนั้นท่านมีปัญหากับชาวบ้านซึ่งทำให้ท่านต้องย้ายออกไป ทำให้วัดร้างไปชั่วขณะ แล้วพระรูปนี้ก็มาถึงโดยที่จริงๆแล้วท่านรู้จักกับคณะคนทรงฤาษี ไม่ใช่จาริกธุดงค์มาเจอวัดร้างโดยบังเอิญอย่างที่บอกโยมป้า และคนทรงฤาษีนี้ก็มาทำกิจกรรมทรงๆสิงๆอยู่เป็นระยะๆที่นี่ เพราะชาวบ้านบางส่วนนับถือเรื่องพวกนี้ และดูเหมือนว่าเจ้าอาวาสองค์ก่อนกับคณะคนทรงนี้ไม่ค่อยถูกกัน ..
อ่านแล้วงงๆก็ช่างเถิดนะ เอาเป็นว่ามาถึงจุดนี้ ภายในเวลาไม่กี่เดือน สำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์มีหลวงพี่มาอยู่เป็นรูปที่สาม ก็ถามชาวบ้านว่า วัดพระธรรมกายไม่มีเงินเหลือเฟือจะมาสร้างอะไรอย่างที่พระรูปนั้นบอกหรอก
"อย่างนี้แล้วยังยินดีจะให้หลวงพี่มาใช้สถานที่นี้จัดบวชอยู่ไหม"?
ชาวบ้านบอกว่าเข้าใจและอยากนิมนต์หลวงพี่อยู่ช่วยดูแล หลวงพี่ก็เลยบอกให้ทำหนังสือแจ้งเจ้าคณะตำบลอย่างเป็นทางการ ซึ่งชาวบ้านก็ยินดี
หลวงพี่จึงได้รับการแต่งตั้งเป็น
เจ้าสำนักเขาวงพระจันทร์มาแต่บัดนั้น ..
>> นี่คือสภาพสำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์
เมื่อไปถึงใหม่ๆ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว <<
>> นี่คือสภาพสำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์
เมื่อไปถึงใหม่ๆ เมื่อ 6 ปีที่แล้ว <<
![]() |
| ทางเข้าด้านทิศตะวันตก |
![]() |
| ศาลาตอนหลวงพี่ไปถึง |
โดยพระธาดา จรณธโร
ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์
(องค์กรสาธารณประโยชน์)
(องค์กรสาธารณประโยชน์)
อ่านบทนำ - บทที่ 6ได้ที่
http://buddhisthotissue.blogsp ot.jp/2016/08/series_1.html
อ่านบทที่ 7 : ชีวิตคือการเดินทาง ได้ที่
อ่านบทที่ 8 : Been there .. Done that ..
http://buddhisthotissue.blogspot.sg/2016/08/8-been-there-done-that-series.html
อ่านบทที่ 9 : My way
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/9-my-way-series.html
อ่านบทที่ 10 : ซาโยนาระ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/10-series.html
อ่านบทที่ 11 : ชีวิตใหม่...ในเพศสมณะ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/11-series.html
อ่านบทที่ 12 : หนีเสือปะจระเข้
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/12-series.html
อ่านบทที่ 13 : จากเทือกเขาถนนธงชัยถึงสมุทรสงคราม
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/13-series.html
อ่านบทที่ 9 : My way
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/9-my-way-series.html
อ่านบทที่ 10 : ซาโยนาระ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/10-series.html
อ่านบทที่ 11 : ชีวิตใหม่...ในเพศสมณะ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/11-series.html
อ่านบทที่ 12 : หนีเสือปะจระเข้
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/12-series.html
อ่านบทที่ 13 : จากเทือกเขาถนนธงชัยถึงสมุทรสงคราม
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/13-series.html
อ่านบทที่ 14 : อุ้มหัวใจไป...อุ้มผาง
http://buddhisthotissue.blogspot.com/2016/09/14-series.html
อ่านบทที่ 15 : อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน รุ่นห้าแสน
http://myalphabet2016.blogspot.com/2016/09/14-series.html
อ่านบทที่ 16 : สำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์
http://myalphabet2016.blogspot.jp/2016/09/16-series.html
อ่านบทที่ 15 : อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน รุ่นห้าแสน
http://myalphabet2016.blogspot.com/2016/09/14-series.html
อ่านบทที่ 16 : สำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์
http://myalphabet2016.blogspot.jp/2016/09/16-series.html












