แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระธัมมชโย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พระธัมมชโย แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

มส.ไม่มีสิทธิ์“สึก”พระธัมมชโย! อยากรู้ไหมว่าทำไม ?

มส.ไม่มีสิทธิ์“สึก”พระธัมมชโย! ทำไม ?



คงเป็นที่สงสัยกันมากว่าทำไม กรรมการมหาเถรสมาคม จึงไม่มีมติ“สึก”พระไชยบูลย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

เหตุผลหนึ่งก็คือ มส. ไม่มีสิทธิสึกพระ! ไม่ว่าจะเป็นพระรูปใดก็ตาม แม้ว่าจะได้รับอำนาจในการใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21* พ.ศ. 2538 อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11(พ.ศ. 2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 นั้นหมายถึง การลงโทษตามพระธรรมวินัย คือ ถ้ามีพระในวัดหนึ่งวัดใดในจังหวัดทำความผิด เจ้าคณะจังหวัดก็จะเป็นผู้ตัดสินก่อน 

ถึงแม้ว่าจะส่งเรื่องไปที่มหาเถรสมาคม ทางมหาเถรสมาคมก็จะมีคำสั่งกลับไปที่เจ้าคณะจังหวัดอยู่ดีว่า ให้ดูเรื่องนี้ ให้ตัดสินเรื่องนี้ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้
โดยหลักของมหาเถรสมาคม ตัดสินเองไม่ได้ เพราะจะผิด กฎพ.ร.บ.สงฆ์ ข้อนิคหกรรม
...................................................
คำตอบว่า
ทำไมมส. ไม่มีสิทธิ์สึกพระธัมมชโย

            ดังนั้น ท่านจึงต้องส่งเรื่องกลับไปยังศาลขั้นต้นของพระ ก็คือ ผู้ปกครองที่ใกล้ชิดที่สุด ก็คือ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งท่านเป็นผู้ที่รู้เรื่องวัดพระธรรมกายมากที่สุด ใกล้ชิดท่านมากที่สุด ซึ่งก็เข้าตามหลักพระธรรมวินัย ก็คือ ผู้ปกครองตัดสินผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง
...................................................

โดยลำดับการปกครองก็คือ เจ้าอาวาส ดูแลพระลูกวัด มีอำนาจในการปกครอง ในการตัดสิน ในการวินิจฉัย เจ้าคณะตำบลก็ปกครองวัดต่างๆ ในตำบล เจ้าคณะอำเภอก็ปกครองวัดต่างๆ ในอำเภอ เจ้าคณะจังหวัดก็ปกครองวัดต่างๆ ในจังหวัด
เพราะฉะนั้นการตัดสินเบื้องต้นจึงกลับไปที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งในรายละเอียดก็ต้องมีการไต่สวนเป็นลำดับๆ ไป 

...................................................
เหตุนี้ ในพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับกรณีพระธัมมชโยเมื่อ ปี 2542 มหาเถรสมาคมก็ทำอะไรไม่ได้ 
...................................................

เช่นเดียวกับพ.ศ.นี้ ที่แม้จะมีพระบัญชาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมภโร) ออกมาให้กรรมการมหาเถรสมาคมดำเนินการในเรื่องนี้ก็ตาม แต่กรรมการมหาเถรสมาคมก็ไม่สามารถตัดสินได้  เพราะถ้าตัดสิน ก็ผิดกฎนิคหกรรม ! หรือละเมิดกฎนิคหกรรม

กฎนิคหกรรม ใครเป็นคนตั้ง
คณะสงฆ์เป็นผู้ออกกฎ กลายเป็นกฎหมายพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ถ้าท่านทำก็เป็นการละเมิดกฎเอง


    ซึ่งมติของกรรมการมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ 6/2560 ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560  โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมภโร) เป็นประธานในที่ประชุม ก็ได้ทำถูกแล้ว ที่ไม่สึกพระธัมมชโย 

แต่ส่งเรื่องกลับไปที่เจ้าคณะหนใหญ่กลาง แล้วก็ลงมาสู่เจ้าคณะจังหวัดในที่สุด 

ขอบคุณ
เพจ วัดสระเกศวรมหาวิหาร

ควรยกเลิกม.44 และมอบอำนาจให้สงฆ์วินิจฉัยว่าจะต้องสละสมณะเพศหรือไม่ by วัฒนา เมืองสุข


เฟซบุ๊ก "Watana Muangsook" วิจารณ์การทำงานของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่า

          ตั้งแง่กับ พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จนเกิดความสูญเสียมากมายทั้งชีวิตผู้บริสุทธิ์ และงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งการใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดล้อมวัดพระธรรมกายและทำทุกอย่างเพียงเพื่อนำตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหานั้น 

มองว่า เกินความจำเป็น 

--------------------------------------------

      จึงเชื่อว่า รัฐบาลมีเจตนาแอบแฝง ดังนั้น ควรจะต้องยกเลิก ม.44 และคืนพื้นที่ให้ชาวธรรมกาย แม้การเข้าวัดปฏิบัติธรรมจะมีข้อครหาว่าเป็นไปตามแนวทางพุทธหรือไม่ ก็ยังดีกว่าการยกพวกไปปิดบ้านเมือง

ธรรมกาย...ความจริงที่ถูกบิดเบือน

คดีนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเห็นว่า การที่พระธัมมชโยรับบริจาคเงินจากผู้บริหารสหกรณ์คลองจั่น เป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินหรือรับของโจร จึงเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา แต่ผู้ต้องหาอ้างความเจ็บป่วยไม่มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกจึงถูกออกหมายจับ ทั้งที่ตามกฎหมายการแจ้งข้อกล่าวหาสามารถทำได้ทุกที่ เช่น แจ้งในเรือนจำกรณีผู้ถูกกล่าวหาถูกจำคุก ดังนั้น หากดีเอสไอไม่ตั้งแง่ยอมไปพบพระธัมมชโยตามที่ถูกร้องขอ แล้วแจ้งข้อกล่าวหาในวัดที่พบตัวทุกอย่างก็จะจบลงโดยไม่ต้องออกหมายเรียก รวมทั้งไม่เกิดความสูญเสียอย่างที่เห็น

คดีของพระธัมมชโยจึงต้องถือว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนการที่ผู้ต้องหาไม่ไปพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกก็ไม่เป็นความผิด ทางแก้คือให้ออกหมายจับได้ ซึ่งถือเป็นการลงโทษอยู่แล้ว (คำพิพากษาฎีกาที่ 1341/2509) ดังนั้น การที่หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวออกคำสั่งปิดล้อมวัดพระธรรมกาย ห้ามประชาชนและพระสงฆ์เข้าออกวัด ยึดอาหารพระ ตัดสัญญาณการสื่อสาร สูญเสียงบประมาณ สังเวยชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ไป 2 ราย พระสงฆ์และประชาชนถูกจับกุมเป็นจำนวนมาก เพียงเพื่อนำตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาจึงเกินความจำเป็น ทำให้ไม่อาจคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากรัฐบาลมีเจตนาแอบแฝง

บัดนี้ เหตุที่เป็นข้ออ้างจบสิ้นลงแล้ว รัฐบาลจึงต้องยกเลิกคำสั่ง ถอนกำลังเจ้าหน้าที่กลับและคืนพื้นที่ให้ชาวธรรมกาย แม้การเข้าวัดปฏิบัติธรรมจะมีข้อครหาว่าเป็นไปตามแนวทางพุทธหรือไม่ ก็ยังดีกว่าการยกพวกไปปิดบ้านเมืองอย่างแน่นอน อีกทั้งการที่ไม่พบผู้ต้องหาก็จะต้องยกเลิกข้อกล่าวหาเจ้าอาวาสที่หาว่าวัดให้ที่หลบซ่อนแก่ผู้ต้องหาด้วย สำหรับการวินิจฉัยให้พระธัมมชโยต้องสละสมณเพศหรือไม่จะต้องปฏิบัติตามกฎ มส. ฉบับที่ 11 ว่าด้วยการลงนิคหกรรม อันเป็นวิธีกล่าวหาพระซึ่งพระพุทธเจ้าทรงมอบอำนาจให้แก่สงฆ์เป็นผู้พิจารณาชี้ขาดในรูปแบบสังฆกรรม ส่วนตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ต้องคืนให้ผู้เหมาะสม เพราะไม่มีความชอบธรรมที่ฝ่ายปราบปรามจะไปควบคุมดูแลงานของศาสนจักร


วัฒนา เมืองสุข
พรรคเพื่อไทย
13 มีนาคม 2560

อ่านต่อที่

วันพฤหัสบดีที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560

DSI ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล....กราบถวายกำลังใจแด่ "มหาเถระ" ทุกรูปที่ปกป้องพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้า

"กราบถวายกำลังใจ"


ไม่ได้ด้วยเล่ห์.. ก็เอาด้วยกล

ไม่ได้ด้วยมนต์.. ก็ต้องใช้คาถา

เมื่อ DSI หมดปัญญาที่จะหาเหตุ"บุก"เข้าวัดพระธรรมกาย

เพราะภายในไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจาก"เสียงสวดมนต์"

แผนที่ 1 การใช้กำลังเข้าโจมตีจึงมิใช่มาตรการที่ดี


แผนการจับกุม พระธัมมชโย


แผนที่ 2.. 3.. 4.. จึงทยอยปล่อยออกมา

เริ่มจากกระปุก"ออมสิน"ที่เผลอปูดมาว่า..

เมื่อถอดสมณศักดิ์แล้วเจอที่ไหนก็จับได้ทันที

ร้อนถึง ผอ.พศ. ต้องรีบออกมาแก้ข่าวให้ทันควัน.!!!

แผนขั้นต่อไปคือ"บีบ"ให้มหาเถรสมาคมออกคำสั่ง..



ให้"พ้น"กลางอากาศแบบที่เคยทำกับ อ.ยันตระ..

แต่ที่ประชุม มส. ก็รู้ว่ามันต่างกรรมต่างวาระ..

มิได้มีความเหมือนกันเลยแม้แต่นิดเดียว.!!!

จึงขอกราบและเป็นกำลังใจแด่"มหาเถร"ทุกรูป


ที่ไม่เคยคิดก้มหัวให้กับความอยุติธรรม

ยินยอมให้"ฆราวาส"มามีอำนาจอยู่เหนือ

พระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าด้วยเศียรเกล้า.!!!




Cr. Kajornsak@Fone

บทความที่เกี่ยวข้อง
แผนเหนือเมฆ งานนี้กระพริบตาไม่ได้ เมื่อเผือกร้อนถูกใครบางคนโยนมาให้ ที่ประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม โดยมีจุดประสงค์เพื่อบีบให้ชี้ขาดสมณเพศ ของพระธัมมชโย !!

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2559

We are Buddhists ถามคนไทย จัดการธรรมกาย "ทำเกินกว่าเหตุไปไหม ? "

“ ทำเกินกว่าเหตุ”


นาทีนี้ คนไทยคงได้เสพข่าวเรื่อง ธรรมกาย กันอย่างมากมาย ถ้าไม่รู้เรื่องเลย ก็ต้องถือว่าประหลาด 

ยิ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องในแวดวงศาสนาด้วยแล้ว ถ้าไม่รู้เรื่อง ยิ่งถือว่าประหลาด

สำหรับพวกเราตั้งองค์กร มาเพื่อปกป้องชาวพุทธ องค์กรพุทธ ไม่ว่าจะนิกายไหนๆ นับถือสายไหนๆ ปฏิบัติสายไหน ถ้ามีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน ตอนนี้เราถือว่า เป็นพวกเดียวกัน (ถ้าท่านพร้อมมาเป็นพวกเรา) ยิ่งเมื่อต้องออกมาปกป้องอย่างนี้  ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวัดธรรมกาย

ผมเห็นวิธีการ เข้าปิดล้อม เพื่อจับกุม  เห็นแล้วก็สลดใจ

เห็นการตั้งข้อหาเพิ่มรายวันอย่างรวดเร็ว ทะลุไปกว่า 150 คดี เห็นแล้วก็ยิ่งสลดใจ

เจ้าหน้าที่ สนธิกำลังอย่างมากมาย เข้าปิดล้อม เพื่อจับกุม ด้วยวิธีการเช่นนี้ก็ยิ่งสลดใจ

คุณคิดอะไรกันอยู่ ที่อยู่ภายในนั้นคือพระสงฆ์ และผู้ปฏิบัติธรรม เขาแต่งกายชุดที่งดงามสะอาดตา ถือศีล สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม


แต่ภาพที่สื่อออกมายังบุคคลภายนอก  มันเหมือนกับว่าเจ้าหน้าที่รัฐกำลังไปจับบุคคลที่เป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อความมั่นคงของรัฐ หรือ บุคคลที่เป็นอาชญากรคนสำคัญของโลก

แถมยังมีการตัดน้ำตัดไฟ 
ทั้งที่ภายในนั้นมีทั้งพระสงฆ์ และผู้ปฏิบัติธรรม อย่างมากมาย

คิดถึงด้านสิทธิมนุษยชนก็ไม่ควรทำ
คิดถึงคดีความ ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย แถมมีอายุความตั้ง 15 ปี ก็ยังไม่จำเป็นต้องเร่งทำ

ผมเห็นจำนวนคดีแล้ว ก็นึกขำๆ ที่เขาพูดกันเล่นๆ    

“ ปล่อยให้เขาสำนึกผิดบ้างนะ คดีเยอะขนาดนี้เดี๋ยวสำนึกผิดไม่ทัน”


ผมอยากเตือนสติเจ้าหน้าที่รัฐ  ก่อนที่อะไรมันจะบานปลาย แบบที่ไม่ควรเกิด เดี๋ยวมันจะกลายเป็น


“น้ำผึ้งหยดเดียว”
ถ้าบุกแล้วเกิดมีใครเจ็บหรือตาย  ใครจะรับผิดชอบละ

**ที่สำคัญ** 
ถ้าจับท่านธัมมชโยได้แล้ว จะทำอย่างไรต่อไปละ

ไม่คิดบ้างเหรอครับว่า ถ้าจับท่านธัมมชโยได้แล้ว ลูกศิษย์เขาจะยอมเหรอ ถ้าบรรดาลูกศิษย์เขา พากันออกมาชุมนุมนอกวัดเพื่อตามหลวงพ่อเขาคืนละ

ไม่คิดบ้างเหรอครับว่า ถ้าจับท่านธัมมชโยได้แล้ว ถ้าลูกศิษย์ไม่ยอมหยุด ออกมาชุมนุมต่อเนื่องละ จะเกิดอะไรขึ้น คิดไหมว่า ตอนนี้อาจจะมีใครเตรียมผสมโรง

ไม่ทราบเหรอครับว่า...  
ชาวนาทั่วประเทศเขากำลังเดือนร้อนอย่างหนักเพราะนายทุน กดราคาข้าวจนขาดทุนย่อยยับ

ไม่ทราบเหรอครับว่า...
ราคายางที่ตกขนาดนี้ ชาวสวนยาง ก็เดือดร้อนมานาน

ไม่ทราบเหรอครับว่า...
กลุ่มคนสีเสื้ออื่นเขาไม่ได้ปลื้มกับรัฐบาล

ไม่ทราบเหรอครับว่า...
เศรษฐกิจกำลังแย่คนตกงานมาก

ไม่ทราบเหรอครับว่า...
ชาวพุทธกำลังคิดว่า ถูกรังแกอย่างหนัก

ผมเตือนให้เจ้าหน้าที่ได้สติ 
ผมไม่อยากเห็นความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองอีกแล้ว
ที่ผ่านมา เราบอบช้ำกันมามากแล้ว

อย่าให้ประเด็นใดๆ อาจเป็นเหตุให้ลุกลามใหญ่โต จนบ้านเมืองต้องย่อยยับอีกเลย ก็ถ้าหากเจ้าหน้าที่ยังคงดื้อดึงแล้วสุดท้ายบุกจับจนได้ แล้วอย่างไรครับ

ถ้าลูกศิษย์เขาเลิกสวดมนต์ในวัด พากันไปสวดมนต์ที่หน้าทำเนียบ หรือรัฐสภาละ จะเกิดอะไรขึ้น

ถ้าลูกศิษย์เขาไปชุมนุมกันแล้ว เกิดมีการผสมโรงจากกลุ่มอื่นๆ อีกจะทำอย่างไรละ คิดว่าจะคุมอยู่เหรอครับ  แล้วที่สำคัญจะเดินเกมส์นี้ให้มันยุ่งยากทำไม บ้านเมืองยังบอบช้ำไม่พออีกเหรอ นี่ถึงขั้น จะเอาเป็นเอาตายกันเลยเหรอครับ 

การเพิ่มข้อหาอย่างต่อเนื่อง และวิธีการบุกจับ มันส่อให้คิดได้ว่า ท่านกำลังจะจับอาชญากรคนสำคัญระดับโลก หรือบุคคลที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐอย่างร้ายแรง



ผู้ที่อยู่ภายในวัดธรรมกาย คือพระสงฆ์ ผู้ถือศีล 227 และชาวพุทธผู้เคร่งครัดในศีล 8 หรือ 5 (ผมไม่ทราบจริงๆ นอกจากพระแล้วชาวพุทธที่นั่นเขาถือศีลอะไร)  

แต่
ผมเห็นบุคคลเหล่านั้น  ถือศีล
ผมเห็นบุคคลเหล่านั้น  ปฏิบัติธรรม
ผมเห็นบุคคลเหล่านั้น  พากันสวดมนต์

และเพื่อนผมแต่ละคน 
ที่เข้าวัดธรรมกายอยู่ประจำ

เขากลายเป็นคน  ถือศีลอย่างเคร่งครัด
เขากลายเป็นคน  มีเมตตา
เขากลายเป็นคน  ใจบุญสุนทาน
เขากลายเป็นคน  พร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลบุคคลอื่นๆ ในภายนอก


**ที่สำคัญ... 
เขากลายเป็นแบบนี้เพราะหลวงพ่อของเขา 

ที่พวกเราพากันเรียกว่าท่านธัมมชโยนั่นแหละ และก็คือบุคคลคนเดียวกันที่เจ้าหน้าที่พากันจะมาจับเสมือนหนึ่งว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อรัฐอย่างร้ายแรง

บุคคลเหล่านี้คือ.. อาชญากรของประเทศเหรอครับ ??
บุคคลเหล่านี้คือ.. ภัยต่อความมั่นคงของรัฐเหรอครับ ??
บุคคลเหล่านี้คือ.. บุคคลที่น่ารังเกียจของประเทศนี้เหรอครับ ??

สำหรับผมแล้ว บุคคลเหล่านี้ที่ผมสัมผัสได้ แต่ละคน

เขาเป็นคนดี
เขาเป็นคนที่มีศีล
เขาเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือสังคม

แล้วรัฐไม่ต้องการบุคคลประเภทนี้เหรอครับ แล้วถ้าไม่ต้องการคนดีมีศีล  ท่านต้องการคนแบบไหนกันครับ ??



ตอนนี้มีแต่คนรุมทำลายพระพุทธศาสนา 

>>>ทางนี้ก็เตรียมการเข้าจับกุมท่านธัมมชโย เหมือนยกทัพไปจับอาชญากรคนสำคัญของโลก หรือคนที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐอย่างร้ายแรง

>>>ในสภาก็เตรียมแก้พรบ.คณะสงฆ์  โดยไม่สนใจว่าคณะสงฆ์จะรู้สึกอย่างไร 

>>>พระสงฆ์ทั่วประเทศก็โดนยัดข้อหากันมากมายทั่วประเทศชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

>>>ระดมด่าพระสงฆ์เช่น เรียนฟรี อยู่ฟรี เอาเปรียบสังคมบ้าง และอื่นๆ ต่างๆนานา สิ่งต่างๆ เหล่านี้ที่มันกำลังเกิดพร้อมๆ กันนี้ หรือว่า

“ ไอ้โม่ง  
ต้องการเปลี่ยนให้คนไทย
หันไปนับถือศาสนาอื่น ”


We Are Buddhists
พวกเราคือชาวพุทธ

ผนึกกำลังชาวพุทธ หยุดภัยคุกคาม

นายกรณ์   มีดี
เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย
นายกสมาคมทางสายกลาง
28 ธ.ค. 2559

https://www.facebook.com/Mr.Korn.Meedee/posts/719030494922709

วันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เปิดปมหมายจับ พระธัมมชโย ที่หลายคนสงสัยว่าทำไมไม่เข้าสู่ขบวนการยุติธรรม ?? ทางออกที่ยุติความรุนแรง


  ข้อแท้จริงเกี่ยวกับคดีของหลวงพ่อธัมมชโย  
          
หมายที่ 1: กรณีสหกรณ์  
พ.ศ. 2558 พบ DSI ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว/เงินที่รับและไม่ทราบที่มา คณะศิษย์เยียวยาแล้ว ท่านอาพาธ จึงไปให้การไม่ได้ ด้านเงินบริจาค ที่หลวงพ่อกับวัดได้รับ คาดว่าประมาณ 8% ของทั้งหมด ซึ่งลูกศิษย์ตั้งกองทุนเยียวยาและทยอยมอบให้เกือบครบจำนวนแล้ว ส่วนเงินสหกรณ์ 


อีก 92% ที่เหลือทำไมไม่ไปตามหาว่า อยู่ที่ไหน??? 
ทำไมมาจงใจไล่บี้ เล่นข่าวแต่กับวัดพระธรรมกาย ???




  เรารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม  


หมายที่ 2 : เวิล์ดพีซ 
ข้อหาบุกรุกที่ป่า พ.ร.บ.2484 มูลนิธิตะวันธรรม ซึ่งมีพระเทพญาณมหามุนีเป็นประธานมูลนิธิ ครอบครองพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง แต่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาว่า บุกรุกป่า แผ้วถางป่า, สร้างอาคารปิดทางน้ำสาธารณะ 



ที่สำคัญ !!! คือ ข้อกล่าวหามาจาก ผู้แปลภาพถ่ายทางอากาศ (ที่นำมาเป็นหลักในการกล่าวหานั้น) ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่อทะเบียนเป็นผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศาลยุติธรรม  เพราะกระทำความผิดร้ายแรง   เมื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสำนักงานศาลยุติธรรมที่ได้รับการต่อทะเบียนถูกต้อง อ่านแผนที่ทางอากาศแล้ว ผลปรากฏว่า 

              1.ที่ดินตรงนี้ ไม่มีสภาพเป็นป่ามากว่า 50 ปีแล้ว 
              2.บริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารใน WPV ไม่มีทางน้ำสาธารณะและทางสาธารณะแต่อย่างใด 

หมายที่ 3 : ภูเรือ 
ขอยืนยันว่า ไม่มีพื้นที่ของทางวัดพระธรรมกายอยู่ในเขตป่าสงวนอย่างแน่นอน ซึ่งคดีไม่ได้เกี่ยวกับวัดและหลวงพ่อแต่อย่างใด เพราะที่ดิน 129 ไร่ เป็นที่ธรณีสงฆ์และมีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องชัดเจน   ส่วนที่ดิน 52ไร่ เป็นของชาวบ้านไม่ใช่ที่ดินของทางวัดแต่อย่างใด ดังนั้นการกล่าวหาวัดและหลวงพ่อ จึงเป็นการกล่าวหาที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย


-----สรุป----- 

 " หลวงพ่อธัมมชโย 
เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
     ตั้งแต่เบื้องต้น "

เพราะกระบวนการยุติธรรม 
ไม่ใช่เริ่มต้นที่ศาล 
แต่เริ่มต้นตั้งแต่พนักงานสอบสวนแล้ว 




          ซึ่งหลวงพ่อธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย ได้ให้ความร่วมมือ
ให้พบ  ให้ข้อมูล กรณีสหกรณ์คลองจั่น จนครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ DSI ทั้งคณะมาพบท่านด้วยตัวเอง ตั้งแต่ปี 2558 

ปัจจุบันท่านอายุ 73 ปีแล้ว การที่จะให้ท่านเดินทางไปให้ถ้อยคำ ด้วยสภาพร่างกายไม่พร้อมเดินทาง ย่อมเป็นการฝืนสังขาร ทั้งที่ทางวัด ก็พร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง 

*** ทางออกที่ยุติความรุนแรง คือ 
ให้เพิกถอนหมายจับ 
และให้เจ้าหน้าที่เข้ามาอย่างมิตร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ต้องการ เท่านั้นก็ จบ ! ***



Cr. พระสนิทวงศ์  วุฒิวํโส

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พระพุทธเจ้าสอน "วิธีปฏิบัติเมื่อพระถูกทำร้าย" ถ้าพระธัมมชโยไม่ใช่เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จะเป็นอย่างไร ?

        ผมเขียนบทความนี้ ไม่ได้หมายความว่า ผมจะเข้าข้างวัดพระธรรมกายนะครับและผมเองก็พยายามจะเรียนรู้จากวิธีการของทั้งภาครัฐ และฝ่ายวัดพระธรรมกายครับผม เพราะผมเป็นคนไทย นับถือพุทธศาสนามาหลายชั่วอายุคนครับ

        วันนี้ ผมได้อ่านข้อความในพระไตรปิฎกเรื่องการต่อสู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อพระองค์กำลังจะถูกทำลายทำร้ายจากผู้อื่น ว่าพระองค์สอนและเคยปฏิบัติมาอย่างไร ? 
อ่านต่อที่:http://www.84000.org/true/027.html
        สิ่งที่ผมได้ความรู้ก็คือ  "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ว่าพวกโจรผู้มีความประพฤติต่ำช้า พึงตัดทอนอวัยวะใหญ่น้อยทั้งหลายด้วยเลื่อยอันมีด้ามสองข้างไซร้ ภิกษุผู้ที่ยังใจให้ประทุษร้ายในโจร แม้พวกนั้นย่อมไม่เชื่อว่าทำตามคำสอนของเรา.."
การเป็นศิษย์ของตถาคตนั้น 
ย่อมเชื่อและปฏิบัติ
ตามคำสอนของ
พระพุทธองค์อย่างแน่นอน 

         ผมเข้าใจแล้วว่าทำไม ? ศิษย์วัดพระธรรมกายจึงนั่งสวดมนต์และไม่มีอาวุธใด ๆ มาโต้ตอบและเตรียมการอะไร ที่จะทำให้ต้องเกิดการต่อสู้กันขึ้น
         แต่กระนั้น สังคมที่รับข้อมูลจากสื่อที่โหมกระหน่ำลงทุกฉบับว่า "พระธัมมชโยดื้อ ไม่เข้ากระบวนการยุติธรรม" ส่วนทางวัดก็ตอบและชี้แจงว่า "ไม่ได้ดื้อ แต่ให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด เพราะหลวงพ่อป่วย ไม่เหมาะสมกับการเดินทางออกไป" แต่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ยอมไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด ทำให้เรื่องยืดเยื้อมาถึงทุกวันนี้ 
         เมื่อก่อนผมก็ว่า เขาจะมานั่งทำไม ? บนถนน ไม่ไปนั่งบนศาลาที่ร่ม ๆ ไม่ต้องเปียกฝน ตากแดดอีกต่างหาก 

        วันนี้ผมเข้าใจแล้วครับ เพราะได้อ่านคำตอบที่พระพุทธองค์ทรงตอบจากประสบการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงปฏิบัติจริงเมื่อพระองค์เจอกับเหตุการณ์อันเลวร้ายต่าง ๆ ที่มีบันทึกในพระไตรปิฎก
        ต่อมาทางสำนักข่าวก็มีกระแสอีกว่า นำคนมาเป็นกำแพงมนุษย์ เป็นโล่มนุษย์ป้องกันหลวงพ่อล่ะสิ ผิดกฎหมาย จะจับเข้าคุกให้หมดทุกคนเลย
        เรื่องนี้ ในพระไตรปิฎก ไม่มีจารึกว่า พระพุทธองค์ทรงแก้ปัญหาอย่างไร ? ผมเลยคิดเอาเองครับ ก็ลองอ่านดูแล้วกันครับ 
....................................
        ถ้าสมมุติว่า ไม่ใช่วัดพระธรรมกาย ที่สร้างใหญ่โต มีสมบัติมากมายขนาดนี้ หรือถ้าเป็นวัดเล็ก ๆ ที่บรรพบุรุษสร้างไว้เมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา ผมว่าเจ้าอาวาสวัดเหล่านั้น คงจบคดีไปหมดแล้วไม่ยืดเยื้อขนาดนี้หรอกครับ


          แต่นี่เป็นวัดพระธรรมกาย อายุวัดเพียง 46-47 ปี เท่านั้น แต่ใหญ่โต แถมมีทรัพย์สินมากมายนับคำนวณแทบไม่ไหว ขนาดนี้ ใคร ๆ ก็คงคิดไม่ถึงครับว่าจะสร้างได้ขนาดนี้ แม้ลูกศิษย์เองก็เป็นระดับเศรษฐีแนวหน้าของสังคมไทยก็มี จบสูง ๆ ก็มีมาก แม้แต่ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ แม่ค้าข้างถนนก็มี ข้าราชการ นายทหาร ตำรวจ พยาบาล ครูบาอาจารย์ ผู้บริหาร เด็ก คนพิการก็มี ผมว่าไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับตรงนี้

           ทำไม ? ลูกศิษย์เยอะขนาดนี้ เป็นล้าน หลายล้าน พระภิกษุสามเณรอีกหลายพันรูป,อุบาสก,อุบาสิกา เจ้าหน้าที่วัดที่อุทิศชีวิตให้พระพุทธศาสนาอีกหลายพันนับหมื่นก็ว่าได้นะครับ ถ้าไม่มีบุคคลทั้งสองกลุ่มนี้ ป่านนี้ หลวงพ่อธัมมชโย คงได้ถูกจับสึกเข้าคุกไปแล้วละกระมังครับ
        ที่ผมพูดมาไม่ได้หมายความว่า คนเหล่านี้คือกำแพงนะครับ ผมกำลังเข้าใจว่า เพราะวัดพระธรรมกาย พวกเขาเหล่านี้แหละที่มีศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา โดยเริ่มจากความเชื่อมั่นในตัวของหลวงพ่อธัมมชโย พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) และคุณยายฯผู้ริเริ่มสร้างวัดพระธรรมกายอีก เขาก็เลยทุ่มเทช่วยกันสร้าง อย่างสุดชีวิต ดังที่มีรายการ สู้ต่อไป ที่ผมเห็นในรายการ DMC แหละครับ



      ลองคิดดูนะครับ ถ้าพวกเขาทุ่มเทสร้างกันขนาดนี้ เพราะมีความเชื่อมั่นในผู้นำของพวกเขาขนาดนี้ คุณคิดว่าเขาจะถอยไหมครับก็วัดที่เขาสร้างกันเองนี่นะ ก็เขาเป็นเจ้าของวัดที่สร้างมากับมือใช่ไหมครับ บางคนพ่อแม่อาจจะไม่ได้ทุ่มเทให้ขนาดนี้เสียด้วยซ้ำ นี่ผมคิดเองนะครับ
        คราวนี้พอเข้าใจหรือยังล่ะครับ ว่าทำไม ? ยิ่งมีข่าวจะทำลายวัด จะบุกจับหลวงพ่อเขามากเท่าไร ? ลูกศิษย์ก็ยิ่งเยอะใช่ไหมล่ะครับ ยิ่งเขามั่นใจ รัก เคารพศรัทธาหลวงพ่อเขามากเท่าไร ? เขาก็ยิ่งพลีได้แม้ชีวิตของพวกเขานั่นแหละครับ ผมว่าเดาไม่พลาดหรอกครับ 
        
         อีกนัยหนึ่ง ลองคิดง่าย ๆ เจ้าหน้าที่รัฐลองมองดูนะครับ ถ้าคุณได้หลงรักและศรัทธาเชื่อมั่นว่า พ่อแม่คุณไม่ผิด ทำดีมาหลายชั่วอายุคน และตอนนี้อายุก็มากแล้ว แล้วอยู่ ๆ จะถูกคนที่กล่าวหา มาจับไป คุณจะปล่อยให้เขามาจับตัวพ่อแม่ที่ไม่ผิดนั้นไปต่อหน้าต่อตา โดยการหนีไป หรือให้นั่งเฉย ๆ หรือครับ 
        ผมว่า นี่คือจิตวิญญาณ ที่ทุกคนแม้แต่สัตว์เดรัจฉานก็ต้องหวงแหนและปกป้องจริงไหมครับ โดยเฉพาะนิสัยคนไทย ที่เป็นครอบครัวใหญ่ที่รักสามัคคีกันมาก ๆ ทำดีมาตลอดชีวิตหลายชั่วคนด้วยแล้ว อย่าหวังว่าจะไปรังแกคนในครอบครัวเขาได้ ...ใช่ไหมครับ ????   

          และที่สำคัญ ผมแอบรู้มาว่า ลูกศิษย์เขาคิดกันว่า "เขาจะไม่ยอมให้หลวงพ่อที่เขารักและเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของท่านมาตลอด เป็นเหตุให้มีต้นบัญญัติหรือเป็นเหตุแห่งบรรทัดฐานในการที่เจ้าหน้าที่รัฐยึดถือปฏิบัติต่อพระภิกษุในพระพุทธศาสนาในประเทศไทย" ด้วยนะครับ



       อะไร ? จะเกิดขึ้น ถ้าคดีนี้ ต้องมีเหตุให้ต้องบัญญัติ พระภิกษุรับประเคนของจากโยม กลายเป็นพระรับของโจร และฟอกเงินในที่สุด ผมไม่รู้จะได้มีชีวิตอยู่เล่าให้ลูกหลานเหลนฟังหรือเปล่านะครับ...
Cr.ต้นไม้ใกล้ฝั่ง
6 ธ.ค. 2559 16.50 น.
ขอขอบคุณ :
http://www.winnews.tv/news/11025