บทที่ 15 : อุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนรุ่นห้าแสน (เขาว่าหลวงพี่เป็น...ผู้มีอิทธิพล The series)
ตาก พระธาดา จรณธโร. ผู้มีอิทธิพล อุ้มผางเขาว่าหลวงพี่เป็น...ผู้มีอิทธิพล
โดยพระธาดา จรณธโร
ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์ (องค์กรสาธารณประโยชน์)
......................................
การไปจัดอบรมอุบาสิกาแก้วครั้งนี้ น้องผู้ประสานงานได้ประสานงานไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว โดยได้ไปยืมสถานที่วัดอุ้มผาง (เรียกกันว่าวัดบน เพราะมีอีกวัดหนึ่งชื่อวัดพาณิชนิรมลอยู่ใกล้ๆกันเรียกว่าวัดล่าง) เป็นที่อบรม พระครูเจ้าอาวาสท่านเมตตามาก ท่านอนุญาตให้หลวงพี่ดำเนินการทุกอย่างตามเห็นสมควร และยังให้หลวงพี่พักที่กุฏิรับรองของท่านอีกต่างหาก
สมัยเป็นพระพี่เลี้ยงที่วัดพระธรรมกายตอนบวชใหม่ๆนั้น นอกจากพระอาจารย์ผู้เทศน์สอนแล้ว จะมีทีมพี่เลี้ยงหลายคนแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบงานด้านต่างๆ เรียกว่าบุญ เช่นบุญสถานที่ บุญธุรการ บุญโสตสื่อ บุญอาหาร บุญวิมาน(ห้องสุขา) บุญพี่เลี้ยงกลุ่ม บุญกิจกรรมพิเศษ เป็นต้น จำนวนพี่เลี้ยงก็แล้วแต่จำนวนผู้เข้าอบรม
แต่การจัดอบรมครั้งนี้เนื่องจากพระเดชพระคุณหลวงพ่อให้เปิดศูนย์อบรมแทบจะทุกอำเภอทั่วประเทศ จำนวนพี่เลี้ยงจึงมีจำกัด นอกจากหลวงพี่เองแล้วก็มีพระพี่เลี้ยงรูปหนึ่งพึ่งบวชได้หนึ่งพรรษา และอาสาสมัครผู้หญิงที่รับการอบรมจากวัดในหลักสูตรเร่งรัดมาช่วยอีก 2-3 คน แต่บุคคลสำคัญที่ช่วยได้อย่างมากก็คือโยมป้าจากแม่สอดนั่นเอง และมีโบนัสคือภายหลังมีอุบาสิกาจากวัดพระธรรมกายมาช่วยงานทั่วไปและช่วยถ่ายภาพอีกหนึ่งคน และพระจากกองวางแผนฯ อีกหนึ่งรูป
โยมป้าท่านรู้จักกับเจ้าอาวาสวัดล่างเป็นอย่างดี และหลวงพ่อวัดล่างนี้ท่านก็เป็นผู้กว้างขวางในอุ้มผางและให้ความเมตตาหลวงพี่ด้วยดีตลอดมา การเริ่มต้นงานของหลวงพี่นั้นก็นับว่าไม่ได้ยากจนเกินไปนัก
![]() |
| ขอบคุณภาพจาก www.cake2u.com |
นอกจากนั้นโยมป้ายังได้ติดต่อแม่ครัวของวัดบนให้ช่วยเป็นแม่ครัวของโครงการด้วย ซึ่งตรงนี้นับเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะอาหารเป็นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ ถ้าเจอแม่ครัวดีก็รอดตัว บางโครงการโชคร้ายไปเจอทีมแม่ครัวหัวการค้า เบิกเต็มที่แต่อาหารไม่พอให้ผู้เข้าอบรมรับประทาน งบประมาณที่วัดมอบให้ไปอาจจะไม่พอเอาได้ง่ายๆ ส่วนหลวงพี่โชคดีมากที่โยมแม่ครัวเป็นคนใจบุญ ฝีมือเป็นเลิศแถมมีประสบการณ์ในการประมาณอาหารได้พอเหมาะพอดี อิ่มหนำสำราญ ไม่เหลือทิ้งขว้าง ที่สำคัญก็คือ เบิกค่าอาหารและค่าแรงต่ำกว่าที่ตกลงกันไว้เสียอีก ก็หมดห่วงเรื่องอาหารไปอีกอย่างหนึ่ง
เรื่องสถานที่นั้น เป็นงานที่หลวงพี่ไม่ค่อยถนัดเลย แต่คราวนี้ต้องหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง สิ่งสำคัญที่ต้องคิดให้ออกตีโจทย์ให้แตกคือผู้หญิงตั้งหลายสิบคน มาอยู่ในวัด(ที่เราเองก็ไม่คุ้น) จะอยู่อย่างไร จะอาบน้ำ เข้าห้องน้ำอย่างไร จะตากผ้าตรงไหน ทั้งผ้าผืนใหญ่และพวกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไหนจะการรับประทานอาหาร จุดล้างเก็บภาชนะ โอ..สนุกและท้าทายมากทีเดียว โชคดีที่พระครูเจ้าอาวาสท่านใจดีที่สุด ประหนึ่งว่าท่านยกวัดให้หลวงพี่เลย ตลอดการอบรมท่านและลูกวัดไปอยู่กันในกุฏิที่แยกออกไปต่างหาก เลยทำให้การจัดการสถานที่ค่อนข้างลงตัว เนื่องจากวัดบนมีศาลาและที่พักค่อนข้างพอเพียง มีผู้เข้ารับการอบรมบางส่วนเท่านั้นที่ต้องไปกางเต๊นท์นอนที่ลานจอดรถ
ต้นทุนอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญก็คือน้องผู้ประสานงานได้แนะนำให้รู้จักกับกัลยาณมิตรหมายเลขหนึ่งของอุ้มผาง ซึ่งเธอมีเชื้อสายชาวมอญมาจากพม่าได้สามีคนไทยอยู่ที่หมู่บ้านแม่กลองใหม่ มีลูกสองคนคนโตเป็นผู้หญิงคนเล็กเป็นผู้ชาย เธอได้ดูโทรทัศน์ช่อง DMC ของวัดพระธรรมกายโดยบังเอิญ เมื่อทราบข่าวการบวชอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อนรุ่นแรก เธอก็ชวนเพื่อนและญาติหอบหิ้วกันมาอบรมถึงวัดพระธรรมกาย บ้านของเธอเป็นบ้านแบบชาวไร่ตามบ้านนอกธรรมดา หลังเล็กๆโย้เย้ แต่เมื่อทราบข่าวการหล่อรูปเหมือนหลวงปู่ด้วยทองคำ เธอสละทรัพย์ทำบุญขนาดที่เศรษฐีบางคนทำอย่างเธอไม่ได้ก็แล้วกัน เธอเคยบอกว่าบ้านเดิมของเธอคือเมืองเมาะละแหม่ง(บางคนออกเสียงเป็นเมาะลำใย)ในพม่านั้นมีแต่ศาสนาพุทธ และทุกคนก็นับถือพระกันมาก เธอพึ่งรู้ว่าในโลกนี้มีศาสนาอื่นก็ตอนมาอยู่เมืองไทยนี่เอง
| เมืองมะละแหม่ง |
พูดถึงเรื่องการชวนผู้มีบุญมาบวชนั้น เนื่องจากหลวงพี่ไม่รู้จักใครในอุ้มผางเลย จึงใช้วิธีติดป้ายไวนิลของโครงการตามร้านค้าและชุมชน ตอนกลางวันหลวงพี่ก็ชักชวนลูกหลานของผู้นำบุญหมายเลขหนึ่งนี่แหละไปเดินแจกใบปลิวชวนคนตามบ้านแบบน็อคดอร์ (ทักษะการน็อคดอร์นี้หลวงพี่ได้มาจากตอนเรียนเทคนิคกรุงเทพ ปิดเทอมใหญ่ตอนเรียนปีแรก หลวงพี่ไปสมัครเป็นเซลส์แมนขายสว่านไฟฟ้าหารายได้พิเศษ ทางบริษัทเอารถไปปล่อยพวกหลวงพี่ตามนิคมอุตสาหกรรมแล้วก็แยกย้ายกันเดินขายตามโรงงาน มีคอมมิชชั่นให้ตัวละหนึ่งร้อยบาท) โยมป้าก็ขอให้หลวงพ่อวัดล่างช่วยประสานงานนัดแนะเจ้าอาวาสวัดต่างๆให้รวมคนไว้ พอตกเย็นหลวงพี่และทีมงานก็ออกไปจัดประชุมชักชวนคนมาบวช หลวงพี่ได้เช่ารถในพื้นที่ไว้ใช้งานหนึ่งคัน โชคดีได้อัตราเช่าถูกกว่าอยู่ในเมืองอีก
ขอย้อนกลับไปนิดหนึ่ง ก่อนหลวงพี่จะขึ้นมาอุ้มผาง ในการอุปสมบทหมู่แสนรูปทั่วไทยในรุ่นที่ผ่านๆมานั้น โยมป้าได้ไปวางใบเชิญชวนบวชตามวัดต่างๆในแม่สอด มีพระรูปหนึ่งบวชในโครงการที่ว่าเพราะใบเชิญชวนของโยมป้า ต่อมาได้เดินทางมาอยู่ที่อุ้มผาง และได้ติดต่อมาหาโยมป้าเพราะได้เบอร์โทรศัพท์จากใบเชิญชวนบวช
พระรูปนี้บอกโยมป้าว่าเมื่อจบโครงการบวชแสนรูปแล้วไม่ได้ลาสิกขา แต่ได้จาริกธุดงค์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งไปเจอวัดร้างชื่อสำนักสงฆ์เขาวงพระจันทร์ที่ตำบลแม่จัน ซึ่งห่างออกไปจากตัวเมืองอุ้มผางอีก 38 กิโลเมตร โยมป้าจึงให้ท่านช่วยชวนคนที่แม่จันมาบวชด้วย ซึ่งท่านก็ชวนมาได้ประมาณสิบกว่าคนทีเดียว
พอถึงวันเปิดอบรมมีหญิงผู้มีบุญชาวอุ้มผางมาเข้าอบรมราวเก้าสิบคน ในจำนวนนี้ผู้นำบุญหมายเลขหนึ่งชักชวนมาถึงเกือบสี่สิบคน ทั้งจากในอุ้มผาง แม่กลอง และจากหมู่บ้านไกลๆ เช่นหมู่บ้านเปิ่งเคลิ่งซึ่งอยู่เลยแม่จันไปอีกหลายสิบกิโลติดชายแดนพม่า มีตั้งแต่เด็กนักเรียน จนถึงคุณยายคุณย่า โดยเฉพาะมีคุณยายสองพี่น้องชาวปากะญอจากแม่จัน ซึ่งพูดและฟังไทยไม่ออกเลย แต่ตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างด้วยความตั้งใจตลอดโครงการ 2 อาทิตย์
เนื่องจากพระพี่เลี้ยงรูปแรกที่มาช่วยท่านยังไม่ค่อยมั่นใจในการเทศน์สอน หลวงพี่จึงมอบหมายให้ท่านช่วยนำทำวัตรและดูแลเรื่องอื่นๆ เช่นดูแลสถานที่ รักษาเวลา ตีระฆังให้สัญญาณเป็นต้น ซึ่งท่านก็ช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ท่านมาบวชตอนอายุค่อนข้างมากแล้ว แต่ก็มีความนอบน้อมถ่อมตนให้ความเคารพเชื่อฟังเป็นอย่างดี จีงทำงานด้วยกันได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลย ตัวหลวงพี่ดูแลเรื่องโสตสื่อเครื่องเสียงและการเทศน์สอนเองทั้งหมด ส่วนที่เหลือนั้นมีโยมป้าเป็นแก้วสารพัดนึก จัดการดูแลแจกจ่ายงานให้น้องอาสาสมัครและอุบาสิกาแก้วหน่ออ่อน การอบรมจึงดำเนินไปได้ดีอย่างเกินควรเกินคาด
ทั้งนี้ต้องขอชมอุบาสิกาแก้วชาวอุ้มผางด้วย ทั้งหมดให้ความร่วมมือและมีความเคารพพระอาจารย์ พระพี่เลี้ยงและเชื่อฟังทีมงานอบรมอย่างดีมาก พวกที่ยังเป็นเด็กและวัยรุ่นก็มีความซื่อใส แบบที่เห็นได้ชัดว่าแตกต่างจากเด็กในเมือง แม้หลวงพี่จะต้องเทศน์สอนทุกรอบทุกวัน เช้า สาย บ่าย ค่ำ ก็ไม่ได้รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรมากมาย มีแต่ความปลื้มใจที่ได้แสดงธรรม แนะนำสิ่งที่ดีที่ได้เรียนรู้มาจากครูบาอาจารย์ให้ผู้เข้ารับการอบรม
ตอนทำงานอบรมอยู่ที่ SITA และ โนเกีย ได้ผลตอบแทนเป็นค่าจ้างเงินเดือน แต่งานอบรมเทศน์สอนตอนบวชเป็นพระมีผลตอบแทนเป็นบุญและความปลื้มใจล้วนๆ
นึกถึงปี 2546 ที่ได้ยืนคู่กับประธานกฐินปีก่อนหน้านั้นในการบูชาหลวงปู่พระมงคลเทพมุนี บัดนี้หลวงพี่ได้ทำมหาทานเป็นประจำโดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินเงินทองเลย
สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ
การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง
การเริ่มต้นงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของหลวงพี่ที่อุ้มผาง ตามนโยบายของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เริ่มต้นได้ค่อนข้างดีทีเดียว ..
30 ส.ค. 2559 20:34
โดยพระธาดา จรณธโร
ประธานมูลนิธิธรรมชาติพิสุทธิ์
(องค์กรสาธารณประโยชน์)
(องค์กรสาธารณประโยชน์)
อ่านบทนำ - บทที่ 6ได้ที่
http://buddhisthotissue.blogsp ot.jp/2016/08/series_1.html
อ่านบทที่ 7 : ชีวิตคือการเดินทาง ได้ที่
อ่านบทที่ 8 : Been there .. Done that ..
http://buddhisthotissue.blogspot.sg/2016/08/8-been-there-done-that-series.html
อ่านบทที่ 9 : My way
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/9-my-way-series.html
อ่านบทที่ 10 : ซาโยนาระ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/10-series.html
อ่านบทที่ 11 : ชีวิตใหม่...ในเพศสมณะ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/11-series.html
อ่านบทที่ 12 : หนีเสือปะจระเข้
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/12-series.html
อ่านบทที่ 13 : เทือกเขาถนนธงชัยถึงสมุทรสงคราม
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/13-series.html
อ่านบทที่ 9 : My way
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/9-my-way-series.html
อ่านบทที่ 10 : ซาโยนาระ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/08/10-series.html
อ่านบทที่ 11 : ชีวิตใหม่...ในเพศสมณะ
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/11-series.html
อ่านบทที่ 12 : หนีเสือปะจระเข้
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/12-series.html
อ่านบทที่ 13 : เทือกเขาถนนธงชัยถึงสมุทรสงคราม
http://buddhisthotissue.blogspot.jp/2016/09/13-series.html
บทที่ 14 : อุ้มหัวใจไป...อุ้มผาง


