แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สึก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สึก แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2561

คนดัง นั่งนิ่งไม่ไหวล้าวววววว จี้ตำรวจตอบคำถาม 3 ข้อ ทำไมต้องจับพระสึก ?? (ทำไมต้องจับพระสึก ภาค 1)

(ทำไมต้องจับพระสึก ภาค 1)


นายพิสิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความทางเฟสบุค จี้ตำรวจตอบคำถาม 3 ข้อ 


1 ยุทธวิธีตำรวจถูกต้องหรือไม่ ? ทำไมต้องจับพระสึก ?
2 ทำไมไม่ให้ประกันตัวตามพรบ.คณะสงฆ์ มาตรา 29 ? 
3 กล้าใช้ "ยุทธวิธี" แบบนี้กับนักบวชศาสนาอื่นหรือไม่ ? 





        จากข่าว พูดถึง การให้พระภิกษุสละสมณเพศกับ "ยุทธวิธีของตำรวจ"  ระบุว่า เวลาพระภิกษุต้องคดี หากพระภิกษุไม่ได้ประกันตัว ต้องให้พระภิกษุสละสมณเพศ หรือจับพระสึกเสียก่อน กล่าวคือ จะนำพระภิกษุไปขังในขณะครองผ้ากาสาวพัสตร์ไม่ได้ เพราะผ้ากาสาวพัสตร์ถือว่าเป็นของสูง 

        ปัญหาว่า มีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องจับพระสึก ก็ต้องตอบว่าอยู่ที่ "ดุลพินิจ" ของตำรวจ หากตำรวจต้องการให้สึก ตำรวจก็จะไม่ให้ประกันตัว แต่หากไม่ต้องการให้สึก ตำรวจก็ต้องขอให้เจ้าอาวาสที่พระภิกษะนั้นสังกัดอยู่รับตัวพระภิกษุนั้นไปควบคุมไว้ พระภิกษุนั้นก็ไม่ต้องสละสมณเพศ หรือไม่ต้องสึก (พรบ. คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา29) 

        กรณีที่เกิดขึ้นกับพระภิกษุที่เป็นข่าวใหญ่โตขณะนี้ จึงสรุปได้ว่าเป็น "ดุลพินิจ" ของตำรวจที่จะจับสึก ผมก็ไม่ว่าอะไรล่ะครับ ตำรวจไทยมี "ดุลพินิจ" ที่ถูกต้องสวยงามเป็นที่ยอมรับของประชาชนเสมอ 


         เพียงแต่พระภิกษุบางรูปท่านบวชมาตั้งแต่อายุ  20 ปี ตั้งใจจะมรณภาพภายใต้ร่มเงาผ้ากาสาวพัสตร์ และตอนนี้ท่านก็อายุมากแล้ว กว่าจะต่อสู้คดีเสร็จก็ใช้เวลานับ 10 ปี ถึงตอนนั้น หากศาลตัดสินให้ท่านชนะคดี เวลาที่จะครองผ้ากาสาวพัสตร์ใหม่น่าจะสายไปแล้ว

       
         "เรื่องที่ละเอียดอ่อนและกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจควรจะลงมาดูการใช้ดุลยพินิจของผู้ใต้บังคับบัญชาผบ.ตร บอกว่า การจับกระทำถูกต้องตาม "ยุทธวิธี" แล้ว แต่ต่อมานายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีออกมาขอโทษประชาชนในการกระทำที่รุนแรงเกินไป ตกลงจะเอาไง ? 



ผมว่าตำรวจต้องตอบชาวพุทธ 3 เรื่อง 

           1  ยังยืนยันยุทธวิธีของท่านว่าถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ 
           2  ทำไมต้อง "จับสึก" ทำไมไม่ให้ประกันตัวตามพรบ.คณะสงฆ์ มาตรา 29
           3 ขอถาม (เบาๆ ) ว่า ถ้าเป็นนักบวชตามศาสนาอื่น ท่านจะใช้ยุทธวิธีแบบนี้ด้วยหรือไม่ หรือ ท่านกล้าใช้ "ยุทธวิธี" แบบนี้เฉพาะกับพระในพระพุทธศาสนา"

ขอบคุณที่มาข่าว มติชนออนไลน์  วันที่ 27 พฤษภาคม 2561

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

มส.ไม่มีสิทธิ์“สึก”พระธัมมชโย! อยากรู้ไหมว่าทำไม ?

มส.ไม่มีสิทธิ์“สึก”พระธัมมชโย! ทำไม ?



คงเป็นที่สงสัยกันมากว่าทำไม กรรมการมหาเถรสมาคม จึงไม่มีมติ“สึก”พระไชยบูลย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

เหตุผลหนึ่งก็คือ มส. ไม่มีสิทธิสึกพระ! ไม่ว่าจะเป็นพระรูปใดก็ตาม แม้ว่าจะได้รับอำนาจในการใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21* พ.ศ. 2538 อย่างเต็มที่แล้วก็ตาม
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11(พ.ศ. 2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 นั้นหมายถึง การลงโทษตามพระธรรมวินัย คือ ถ้ามีพระในวัดหนึ่งวัดใดในจังหวัดทำความผิด เจ้าคณะจังหวัดก็จะเป็นผู้ตัดสินก่อน 

ถึงแม้ว่าจะส่งเรื่องไปที่มหาเถรสมาคม ทางมหาเถรสมาคมก็จะมีคำสั่งกลับไปที่เจ้าคณะจังหวัดอยู่ดีว่า ให้ดูเรื่องนี้ ให้ตัดสินเรื่องนี้ ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องนี้
โดยหลักของมหาเถรสมาคม ตัดสินเองไม่ได้ เพราะจะผิด กฎพ.ร.บ.สงฆ์ ข้อนิคหกรรม
...................................................
คำตอบว่า
ทำไมมส. ไม่มีสิทธิ์สึกพระธัมมชโย

            ดังนั้น ท่านจึงต้องส่งเรื่องกลับไปยังศาลขั้นต้นของพระ ก็คือ ผู้ปกครองที่ใกล้ชิดที่สุด ก็คือ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งท่านเป็นผู้ที่รู้เรื่องวัดพระธรรมกายมากที่สุด ใกล้ชิดท่านมากที่สุด ซึ่งก็เข้าตามหลักพระธรรมวินัย ก็คือ ผู้ปกครองตัดสินผู้ที่อยู่ใต้ปกครอง
...................................................

โดยลำดับการปกครองก็คือ เจ้าอาวาส ดูแลพระลูกวัด มีอำนาจในการปกครอง ในการตัดสิน ในการวินิจฉัย เจ้าคณะตำบลก็ปกครองวัดต่างๆ ในตำบล เจ้าคณะอำเภอก็ปกครองวัดต่างๆ ในอำเภอ เจ้าคณะจังหวัดก็ปกครองวัดต่างๆ ในจังหวัด
เพราะฉะนั้นการตัดสินเบื้องต้นจึงกลับไปที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งในรายละเอียดก็ต้องมีการไต่สวนเป็นลำดับๆ ไป 

...................................................
เหตุนี้ ในพระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับกรณีพระธัมมชโยเมื่อ ปี 2542 มหาเถรสมาคมก็ทำอะไรไม่ได้ 
...................................................

เช่นเดียวกับพ.ศ.นี้ ที่แม้จะมีพระบัญชาจากสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมภโร) ออกมาให้กรรมการมหาเถรสมาคมดำเนินการในเรื่องนี้ก็ตาม แต่กรรมการมหาเถรสมาคมก็ไม่สามารถตัดสินได้  เพราะถ้าตัดสิน ก็ผิดกฎนิคหกรรม ! หรือละเมิดกฎนิคหกรรม

กฎนิคหกรรม ใครเป็นคนตั้ง
คณะสงฆ์เป็นผู้ออกกฎ กลายเป็นกฎหมายพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ถ้าท่านทำก็เป็นการละเมิดกฎเอง


    ซึ่งมติของกรรมการมหาเถรสมาคมในการประชุมครั้งที่ 6/2560 ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2560  โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (อัมพร อมภโร) เป็นประธานในที่ประชุม ก็ได้ทำถูกแล้ว ที่ไม่สึกพระธัมมชโย 

แต่ส่งเรื่องกลับไปที่เจ้าคณะหนใหญ่กลาง แล้วก็ลงมาสู่เจ้าคณะจังหวัดในที่สุด 

ขอบคุณ
เพจ วัดสระเกศวรมหาวิหาร