แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องแขวน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เครื่องแขวน แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เครื่องแขวนประดับพระเมรุมาศ ศิลปะงดงามของไทยที่น่าศึกษา ตอนที่ 2


  เครื่องแขวนดอกไม้สด  

            วิจิตรศิลป์ความเป็นไทย แต่โบร่ำโบราณมา ล้วนแล้วแต่ฝีมือวิจิตรงดงาม มีคุณค่าหลายอย่างด้วยกัน ที่ตกทอดมาถึงรุ่นเรา เราเห็นแต่เราไม่รู้ความสำคัญ สิ่งนั้นก็ไม่มีคุณค่า เครื่องแขวน ใช้ประดับตามสถานที่ต่างๆ เราอาจสังเกตุเห็น แต่เราไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร และแต่ละประเภทมีเรื่องราวความเป็นมาอย่างไร

             ตอนที่แล้วแนะนำเรื่องการแทงหยวกประกอบเครื่องสด ตอนนี้เต็มใจเสนอเรื่องเครื่องแขวน โดยเฉพาะเรื่องเครื่องแขวนที่ใช้ประดับตกแต่งพระเมรุมาศ

             อยากให้คนไทยได้อ่าน  เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นมรดกไทยที่น่าภาคภูมิใจจริงๆ 




           เครื่องแขวนดอกไม้สดเป็นงานศิลป์ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่เสื่อมถอยไปเมื่อคราวเสียกรุงเป็นครั้งที่ 2

           จากนั้นจึงเริ่มถูกฟื้นฟูอีกครั้งเมื่อเริ่มสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ บุคคลสำคัญในวงการช่างดอกไม้ในยุคนั้น คือ

          .....เจ้าจอมมารดาตานี ธิดาเจ้าพระยาอรรคมหาเสนา(บุนนาค) เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช....

          ผู้มีฝีมือเชิงช่างดอกไม้ซึ่งนอกจากจะถวายงานในด้านที่ตนถนัดแล้ว ท่านยังได้ฝึกหัดและถ่ายทอดวิชาแก่พระธิดาและพระนัดดา ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าฉัตร กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ให้เป็นช่างดอกไม้สืบวิชาต่อมาจนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว 

         ช่วงที่ประเทศของเรามีการติดต่อค้าขายกับชาวต่างชาติมากขึ้น เครื่องแขวนดอกไม้สดเริ่มมีการปรับรูปแบบ ให้เข้ากับสมัยนิยมมากขึ้น เช่น แบบของโคมจีนแบบโคมไฟแบบยุโรป พวงเเก้วได้ไอเดียมาจากการทำเลียนเเบบ  โคมไฟระย้า  โคมเเก้วเจียระไน เป็นต้น เครื่องพวงดอกไม้แขวนจึงมาจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม เป็นด้วยราชสำนักอันเนื่องมาจากในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว งานประดิษฐ์ดอกไม้สดได้รับความนิยมและเจริญอย่างสูงสุด

         ...ในพระบรมมหาราชวัง เจ้านายฝ่ายในจะประดิษฐ์งานดอกไม้ไปถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระแก้วมรกต หรือประดับตามพระที่นั่งองค์ต่างๆ 

            ข้าราชสำนักบางทาน พอออกจากวัง ก็นำวิชาเหล่านี้ติดตัวไป  ทำให้งานดอกไม้สด ไม่ได้อยู่แต่ในวังหลวงอีกต่อไป


ในภาพ หม่อมศรีพรหมมา กำลังร้อยมาลัย
             โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมาวดี ศรีรัตนราชธิดา กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์ พระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัว ทรงมีพระปรีชาในการดิษฐ์
เครื่องแขวนดอกไม้สดเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีงานสำคัญก็จะทรงประดิษฐ์ดอกไม้ไปประดับตามงานนั้นๆ


พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมาวดี ศรีรัตนราชธิดา กรมหลวงสมรรัตนสิริเชษฐ์




 .................................................................

พู่กลิ่น
พู่กลิ่น
         เป็นพวงดอกไม้มีลักษณะคล้ายพู่ คือ ตรงกลางป่อง หัวและเท้าเรียว ใช้แขวนห้องเพื่อความสวยงาม และส่งกลิ่นหอมอบอวลของดอกไม้สด พู่กลิ่นมีหลายขนาดตั้งแต่ 3-7 ชั้น ในงานมงคลใช้พู่กลิ่นจำนวนชั้นเป็นเลขคี่ และใช้จำนวนชั้นเป็นเลขคู่สำหรับงานศพ



พวงแก้ว

พวงแก้ว


          โครงสร้างเป็นรูป 6 เหลี่ยมด้านเท่า   สามอันร้อยอุบะดอกจำปีประดิษฐ์ ผูกให้ได้ขนาดลดหลั่นกันเป็นชั้น ประดับเฟื่องแบบกนก ตามมุมห้อยอุบะแขกดอกจำปีประดิษฐ์ ติดทัดหูรูปดาว ส่วนบนร้อยดอกรักเป็นสายผูกรวบติดกัน ห้อยอุบะแขกตรงกลาง


ระย้าทรงเครื่อง

ระย้าทรงเครื่อง



          โครงสร้างรูปดาว 8 แฉก ส่วนบนถักตาข่ายจอมแห ส่วนล่างถักตาข่ายดอกรัก ผูกอุบะตุ้งติ้งประดับเฟื่องมาลัยลูกโซ่แบน ด้วยดอกกล้วยไม้ ตามมุมผูกอุบะพู่กลิ่นบานไม่รู้โรย ชายพู่กลิ่นใช้อุบะสร้อยสนจากดอกกล้วยไม้ ตรงกลางประดับด้วยพู่กลิ่นเช่นเดียวกัน 






ขอบคุณข้อมูล : 

เวปบอร์ด postjung
http://board.postjung.com/690484.html
รูปภาพ www.google.com
วีดีโอ www.youtube.com

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แทงหยวกประกอบเครื่องสดประดับพระเมรุ ศิลปะงดงามของไทยที่น่าศึกษาตอนที่ 1



  แทงหยวก .... ระยับลาย  
  วิจิตรศิลป์ประดับเมรุ  



วิจิตรศิลป์งดงาม ของคนไทยที่น่าภาคภูมิใจ





           จิตกาธาน (อ่านว่า จิด-ตะ -กา-ทาน) หมายถึงเชิงตะกอน คือที่ตั้งศพเพื่อฌาปนกิจ หรือเมรุชั่วคราว

ลายศิลป์ประดับเชิงตะกอนเผาศพ แต่โบร่ำโบราณมา ชาวไทยใช้หยวกกล้วยสลักเสลาอย่างวิจิตร เรียกว่า...

แทงหยวก
การแทงหยวกเกิดขึ้นมาจากการเผาศพของชาวบ้าน


          สมัยโบราณนิยมเผาศพกันกลางแจ้ง เพราะยังไม่มีการก่อสร้างฌาปนสถาน เมื่อจะเผาก็ขุดศพขึ้นมาทำความสะอาดให้เหลือแต่กระดูก แล้วนำมาบรรจุลงในโกศ เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลบนเชิงตะกอนก่อนที่จะทำพิธีเผา

          เพื่อความสวยงามของเชิงตะกอน ช่างแทงหยวกจะนำกาบกล้วยมาแทงเป็นลวดลายต่างๆ ประดับให้ดูสวยงาม เหมาะสมกับฐานะของผู้ตาย หรือฐานะของเจ้าภาพ


แทงหยวก ใช้ต้นกล้วยอะไร ?
          กาบกล้วยที่นำมาใช้ นิยมใช้กล้วยตานีเท่านั้น 






          เพราะใบมีความสมบูรณ์ มีความอิ่มตัวในลำต้น ไม่มีสายใยเวลาตัด แทง ฟัน และไม่เปราะเหี่ยวง่าย หากเป็นกล้วยชนิดอื่นจะเหี่ยวเฉาภายในเวลา 10 ชั่วโมง 

      
           เลือกต้นที่ยังไม่ออกปลีลำต้นสูงประมาณ 3 เมตรขึ้นไป โคนต้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตร

          การแทงลวดลาย นิยมแบ่งลวดลายออกเป็นชั้นเชิงตะกอน ตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป และมีเสาเชิงตะกอนตั้งแต่ 8 เสา ถึง 12 เสา
          
          ความพิเศษของวิจิตรศิลป์ประเภทนี้ คือเป็นสุดยอดฝีมือทีเดียว เนื่องจากเป็นของสด จึงต้องทำให้เสร็จภายใน 1 คืนก่อนวันเผา หรือฌาปนกิจเท่านั้น
   
          การสร้างสรรค์ลวดลาย ช่างมีลายต่างๆ ที่สืบทอดกันมา ช่างมักใช้ลายไทยโบราณเป็นลายมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้ลายไทยแบบดั้งเดิมอยู่ และประยุกต์ลายขึ้นมาใหม่บ้าง

          ตัวอย่างเช่น ลายฟันหนึ่ง หมายถึงลายที่มีหนึ่งยอด เป็นลวดลายเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกหัดแทงหยวก จะต้องฝึกฝนให้เกิดทักษะความชำนาญ ขนาดของฟันจะต้องเท่ากันทุกซี่ แทงเป็นเส้นตรงไม่คดโค้ง และต้องฉลุให้เท่ากันทั้งสองด้าน


ลายฟันหนึ่ง
ลายฟันสาม

ลายอื่นๆ เช่น ลายฟันสาม ลายฟันห้า ลายน่องสิงห์หรือแข้งสิงห์ ลายหน้ากระดาน ลายเสา และลายกระจังหรือลายบัวคว่ำ เป็นต้น




................................
เครื่องสด

          วัสดุประดับเชิงตะกอนให้มีชีวิตชีวาขึ้น ภาษาช่างเรียกว่า 
“การแทงหยวกประกอบเครื่องสด” 




( เครื่องสด หมายถึง ของสด เช่นดอกไม้ ใบไม้ ใบตอง หยวกกล้วยและผลไม้บางชนิด เช่น ฟักทอง มันเทศ มันแกว มะละกอ ที่นำมาประดิษฐ์เป็นดอกไม้ สัตว์และตัวละครในวรรณคดีให้สวยงาม เพื่อใช้ในงานสำคัญทางศาสนา พิธีมงคลต่าง ๆ และงานศพ)



การแทงหยวกประกอบเครื่องสด 


การแทงหยวกประกอบเครื่องสด
พระเมรุมาศสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ

พระเมรุมาศสมเด็จพระเจ้าพี่นาง





ThailandOnly 9/10/57 : ลวดลายการแทงหยวกกล้วย 
จากช่างแทงหยวกมือทอง


ขอบคุณข้อมูล : 

เครื่องสด : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

https://goo.gl/w5yx7w
แทงหยวก : ซีอีโอรากหญ้า http://www.oknation.net/blog/kumong69/2008/11/13/entry-1

www.google.com
www.youtube.com