แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำไม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทำไม แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ม 44 VS ธรรมกาย 11 วันแล้ว ไม่มีใครสงสัยจริงๆ เหรอว่า.. ?

ไม่มีใครสงสัยจริงๆ เหรอ ว่า

     1 ทำไมถึงมีข่าวหลุดจากการประชุมลับของจนท.บ่อยๆ ว่าจะทำโน้น ทำนี้กับวัดพระธรรมกาย เช่น จะบุก จะตัดไฟ ตัดน้ำ ตัดสัญญาณ จับพระสึก จะเอาพระทองคำ ?

     2 ทำไม พระ เณร และญาติโยม ชาววัดพระธรรมกายถึงรู้ว่าจะต้องทำยังไง ประกบเจ้าหน้าที่ยังไง ตามเจ้าหน้าที่ตรวจค้นยังไง ปิดหน้าปิดตา ?

     3 ทำไม ญาติโยมยังคงมาแน่น และคอยหาวิธีทางส่งเสบียง สื่อสารข่าวต่างต่อกันได้เยอะแยะ หลากหลายวิธี ?

     4 ทำไม ทำไม และทำไม อีกหลายๆอย่าง ที่สังคมอาจจะตั้งข้อสงสัย ?


มา!!! จะตอบให้
--------------------

พระ ญาติโยม สาธุชน วัดพระธรรมกาย ไม่ใช่ผู้ไร้ปัญญา ไก่กาอาลาเร่ แต่ละรูป แต่ละคน จบการศึกษาดีๆ ทั้งนั้น


#พระ บางรูปจบการศึกษาทางโลก ทั้ง หมอ วิศวะ เภสัช ทันตะ นิเทศ นิติ รัฐศาสตร์ บริหาร การจัดการ ตำรวจ ทหาร ฯลฯ ตั้งแต่ป.ตรี จน ป.เอก พระบางรูปบวชตั้งแต่เป็นสามเณร ก็เรียนเปรียญธรรม มีทุกเปรียญ และ ปธ9 เยอะสุดในประเทศไทย

#สาธุชน ที่มาวัดก็เช่นกัน การศึกษาก็ไม่ใช่ไก่กาอาลาเร่ หน้าที่อาชีพการงานก็มีทุกระดับ ทุกวงการที่บนโลกนี้จะมีได้

พวกเค้าเหล่านี้ #รักวัดพระธรรมกายมากๆ แล้วยอมเอาหน้าที่การงานมาเป็น #เดิมพัน คอยแจ้งข่าวให้

ก็ไม่ต้องแปลกใจนะ เพราะรู้ว่าวัดพระธรรมกายทำอะไร ดีหรือไม่ดียังไง พวกเค้ารู้แน่ๆ เพราะการศึกษา การงานเค้าระดับไหนกัน #แยกแยะเป็นแน่นอน


#แต่พวกคุณบางคนสิ อาจจะไม่รู้ว่าคนข้างๆ คุณ เป็น #สาวกธรรมกายตัวพ่อตัวแม่ ก็ได้ แต่เค้าไม่ได้บอก หรือป่าวประกาศเท่านั้นแหละ

เพราะจะมีพวก #อคติ ที่ไม่ฟัง ไม่รับรู้ ตั้งการ์ด กับ ธรรมกาย
คือถ้าบอกไปเลยว่า เราเข้าวัดพระธรรมกาย ก็คิดว่าไปไกลถึงดาวพลูโตแล้วว่า #มันต้องไม่ใช่คนดี #มันต้องมาหลอกทำบุญชัวร์
คนวัดส่วนใหญ่ จึงไม่บอก และทำตัวปกติ เช่นคนวัดทำทั่วไป งานบุญก็มาวัด จนคนทั่วไปคิดว่าไม่ใช่สาวกธรรมกาย
แต่ถ้าบอกไปเท่านั้นแหละ #กำแพงอคติก็ก่อตัวขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นคิดว่าคนนี้นิสัยดี น่ารัก ปฏิบัติตัวดีมาตลอด
ตอนนี้ #ไม่ต้องตกใจกัน หากคนรู้จักของคุณ เปิดตัวเต็มแม็กซ์ ว่า #ฉันคือคนวัดพระธรรมกาย เพื่อปกป้องวัด และพระพุทธศาสนา






วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ทำไมต้องทำบุญกับพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา...?

พระพุทธเจ้าตรัสในทักขิณาวิภังคสูตรไว้ว่า


"บุคคลให้ทานในสัตว์เดรัจฉานได้อานิสงส์ ๑๐๐ ชาติ 
ให้ทานในผู้ทุศีล พึงหวังผล ๑ พันชาติ 
ให้ทานในปุถุชนผู้มีศีล พึงหวังผล ๑ แสนชาติ 
ให้ทานในบุคคลผู้ปราศจากความกำหนัดในกาม
พึงหวังผลแสนโกฏิเท่า
ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง 
พึงหวังผลจนนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้"



          ดังมีตัวอย่างหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ชัดเจน มีพราหมณ์ ผู้ยากไร้คนหนึ่งชื่อ อินทกะ เป็นคนมีศรัทธาแต่ไม่มีทรัพย์ วันหนึ่งเขาได้เห็นพระอนุรุทธะบิณฑบาตผ่าน หน้าบ้าน ด้วยจิตที่เลื่อมใสจึงได้ถวายข้าวทัพพีหนึ่ง ด้วยบุญนั้น เมื่อละสังขารไปแล้วได้ไปบังเกิดเป็นอินทกเทพบุตรผู้มีรัศมีกายที่รุ่งเรืองสว่างไสวยิ่งกว่าอังกุรเทพบุตร* นั้นอีก




          เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปประทับอยู่ ที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ เทวดาทั่วทั้งหมื่นโลกธาตุ พากันมานั่งประชุมเพื่อฟังธรรม ไม่มีเทพตนไหนที่จะมีรัศมีกายสว่างกว่า พระพุทธเจ้าเลย พุทธรัศมีนั้นสว่างไสวรุ่งโรจน์กว่ารัศมีใดๆ ของเทวดาทั้งหลาย เทวดาที่มีศักดิ์ใหญ่ มีบุญมาก ก็จะได้นั่งอยู่แถวหน้า ส่วนผู้ที่บุญน้อยกว่าก็จะถอยร่นออกไปเรื่อยๆ

          สมัยนั้น อังกุรเทพบุตร* ซึ่งเคยนั่งอยู่ด้านหน้า ก็ถอยร่นไปตามกำลังบุญ นั่งอยู่ไกลถึง ๑๒ โยชน์ ส่วนอินทกเทพบุตรนั่งอยู่ที่เดิมใกล้กับพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามอังกุระว่า "อังกุระ เธอทำแถวเตาไฟยาว ๑๒ โยชน์ ให้ทานนานถึง ๑๐,๐๐๐ ปี บัดนี้เธอนั่งอยู่ไกลตั้ง ๑๒ โยชน์ซึ่งไกลกว่าเทพบุตร ทั้งหมด ไฉนเธอจึงนั่งอยู่ไกลนัก"



          อังกุรเทพบุตรกราบทูลว่า "ข้าแต่พระผู้มี พระภาคเจ้า ข้าพระองค์ได้บริจาคทานมากในสมัยที่เป็นมนุษย์ แต่เป็นทานที่ให้แก่มหาชนทั่วไป คือให้ทานในเวลาที่ปราศจากทักขิไณยบุคคล ส่วน อินทกเทพบุตรแม้ถวายทาน เพียงข้าวทัพพีเดียว แต่เพราะทำถูกทักขิไณยบุคคล จึงรุ่งเรืองกว่าข้าพเจ้า เหมือนดวงจันทร์รุ่งเรืองกว่าหมู่ดาวฉะนั้น"


ก็เพราะ ***ความต่างแห่งเนื้อนาบุญ***


มาดูความใจบุญของ"อังกุระ"
           อังกุระ..ขนทรัพย์มรดกที่มีอยู่ทั้งหมดออกให้ทาน ป่าวร้องว่า "ใครหิวก็เชิญมากินตามชอบใจ ใครกระหายก็จงมาดื่มตามชอบใจ" 
           แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านเกิดในยุคสมัย ที่ไม่มีพระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น ไม่มีเนื้อนาบุญแม้เพียงท่านเดียว แต่ท่าน ก็อุทิศตนให้กับการทำทานอย่างเต็มกำลัง
          อังกุระได้ให้อาหารแก่ชาวเมืองวันละ ๖๐,๐๐๐ เล่มเกวียนเป็นประจำ มีพ่อครัว ๓,๐๐๐ คน เด็กหนุ่ม ๖๐,๐๐๐ คน ต่างก็ประดับต่างหูอันวิจิตรไปด้วยเพชรนิลจินดา ช่วยกันผ่าฟืนสำหรับหุงอาหาร ทำแถวเตาไฟยาว ๑๒ โยชน์ พวกหญิงสาว ๑๖,๐๐๐ คน ช่วยกันบดเครื่องเทศสำหรับปรุงอาหาร แล้วยังมีหญิงสาวอีก ๑๖,๐๐๐ คน แต่งตัวสวยงามราว กับนางฟ้ายืนถือทัพพีคอยตักอาหาร ให้คนที่มาขอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ฝ่ายอังกุระได้มายืนมอบสิ่งของต่างๆ ด้วยมือของตนเอง ทำไปก็ปีติเบิกบาน





              เราจะเห็นได้ว่า บางครั้งแม้เรามีกุศลศรัทธาอยากจะให้ทาน ทรัพย์ก็พร้อม ศรัทธาก็เต็มเปี่ยม แต่ถ้าไม่มีทักขิไณยบุคคล ผลบุญที่เกิดขึ้นก็เหมือนหว่านพืชลงในนาดอน ผลที่เกิดขึ้นได้ผลไม่เต็มที่สมกับที่ได้ทุ่มเทลงไป

              ดังนั้น การที่ได้มีโอกาสถวายทานกับทักขิไณยบุคคลนับเป็นมหากุศลที่ ยิ่งใหญ่ บุญที่เกิดขึ้นจะไปปรับปรุงกาย วาจา ใจของเราให้มีความบริสุทธิ์ผ่องใส ทำให้ถึงพร้อมด้วยสมบัติทั้ง ๓ คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ และนิพพานสมบัติ

             หากมีโอกาสให้เลือกว่า ทำบุญกับใคร และต้องทำอย่างไรถึงจะได้บุญมาก ก็ต้องฉลาดในการเลือก เหมือนการลงทุนที่ได้กำไรมากเพราะฉลาดในการลงทุน

             ท่านผู้มีบุญทั้งหลาย... ขอให้ปลื้มปีติใจเถิดว่า เราคือ ผู้มีโชคที่สุด โอกาสแห่งการสร้างมหาทานบารมีมาถึงแล้วคือการทอดกฐินทั่วไทย..ช่วงออกพรรษา อย่าให้มีกฐินตกค้าง เราจะได้สร้างมหาทานบารมีที่ไม่ใช่จะบังเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ขอให้มั่นใจเถิดว่า...




              ***ผู้ให้ ไม่มีคำว่าอดอยากยากจน คนตระหนี่ที่ไม่ให้ทานต่างหาก ที่ยังต้องยากจนอยู่ มีแต่คนตระหนี่เท่านั้น ที่กลัวทรัพย์จะหมดเปลืองไป จึงไม่กล้าที่จะให้เพราะความกลัวจน เสียดายทรัพย์ จึงไม่ให้แก่ผู้ใด เมื่อไม่ให้ก็ยิ่งจน เพราะกิเลส คือ ความโลภ และความตระหนี่มาปิดกั้นสายสมบัติ เอาวิบัติมาตัดรอน ช่วงชิงเอาสมบัติไป อย่าให้ความตระหนี่...มาขวางสมบัติเราในภพนี้และทุกภพชาติเบื้องหน้า

เราจะต้องออกแบบชีวิตตัวเราเอง ...

ทอดกฐินทั่วไทย..
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าบุญมากมายขนาดไหน




................................................
อ้างอิง
พระไตรปิฎก ทักขิณาวิภังคสูตร 
มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์
http://www.84000.org/tipitaka/book/bookpn01.html



Cr. Pinrat Nut Kansaard